
เตือนธุรกรรมออนไลน์เสี่ยง
นักวิชาการ มธ.ชี้ระบบยืนยันตัวตนไม่เพียงพอ ห่วงพร้อมเพย์นักวิชาการ เตือนธุรกรรมออนไลน์ไทยเสี่ยง ชี้ระบบยืนยันตัวตนสองชั้นไม่พอ พร้อมเพย์ไม่ปลอดภัยน.ส.วิลาวรรณ รักผกาวงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน พบว่า สถิติการร้องเรียนกรณีโจรกรรมทางการเงินออนไลน์ของประเทศไทย ในไตรมาส 3 ปี 2558 กับช่วงเดียวกันในปี 2559 นั้น พบว่ามีจำนวนสูงขึ้นถึง 82.47%ขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การใช้บริการพร้อมเพย์ ซึ่งนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงินของประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับเรื่องความสะดวกสบายของผู้ใช้มาเป็นอันดับแรก และจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับรอง โดยไม่ได้คำนึงว่าความสะดวกสบายมักจะแปรผกผันกับเรื่องความปลอดภัยทั้งนี้ จะเห็นได้จากการทำธุรกรรมผ่าน ”พร้อมเพย์” จะใช้ในการรับเงินเป็นหลัก โดยถ้าเราเป็นคนรับเงินก็จะบอกหมายเลขโทรศัพท์หรือบัตรประชาชนแทนที่จะบอกเบอร์บัญชีและธนาคาร ซึ่งหมายถึงข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญคือหมายเลขโทรศัพท์หรือหมายเลขบัตรประชาชน รวมถึงชื่อและนามสกุลจะต้องเปิดเผยให้กับผู้ที่จะโอนเ
นักวิชาการ เตือนธุรกรรมออนไลน์ไทยเสี่ยง ชี้ระบบยืนยันตัวตนสองชั้นไม่พอ พร้อมเพย์ไม่ปลอดภัย
น.ส.วิลาวรรณ รักผกาวงศ์ หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน พบว่า สถิติการร้องเรียนกรณีโจรกรรมทางการเงินออนไลน์ของประเทศไทย ในไตรมาส 3 ปี 2558 กับช่วงเดียวกันในปี 2559 นั้น พบว่ามีจำนวนสูงขึ้นถึง 82.47%
ขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การใช้บริการพร้อมเพย์ ซึ่งนโยบายของผู้ให้บริการทางการเงินของประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับเรื่องความสะดวกสบายของผู้ใช้มาเป็นอันดับแรก และจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับรอง โดยไม่ได้คำนึงว่าความสะดวกสบายมักจะแปรผกผันกับเรื่องความปลอดภัย
ทั้งนี้ จะเห็นได้จากการทำธุรกรรมผ่าน ”พร้อมเพย์” จะใช้ในการรับเงินเป็นหลัก โดยถ้าเราเป็นคนรับเงินก็จะบอกหมายเลขโทรศัพท์หรือบัตรประชาชนแทนที่จะบอกเบอร์บัญชีและธนาคาร ซึ่งหมายถึงข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญคือหมายเลขโทรศัพท์หรือหมายเลขบัตรประชาชน รวมถึงชื่อและนามสกุลจะต้องเปิดเผยให้กับผู้ที่จะโอนเงินมาให้ ซึ่งอาจมีมีความเสี่ยงมากขึ้น
“มิจฉาชีพสามารถสรรหากลโกงต่างๆ เพื่อหลอกลวงหาประโยชน์ในรูปแบบที่คาดเดาได้ยาก เช่น SMS ปลอมเพื่อหลอกว่าได้มีการโอนเข้าบัญชีที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์นั้น หรืออาจโทรศัพท์มาโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐหรือธนาคาร ซึ่งอาจจะทำให้เจ้าของบัญชีหลงเชื่อได้” น.ส.วิลาวรรณ กล่าว
สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ (Online Banking) ในประเทศไทยใช้ระบบการยืนยันตนเองสองระดับ (2FA-2-Factor Authentication) โดยใช้ Username และ Password ในการ Logon เข้าสู่ระบบ หลังจากนั้นในการทำธุรกรรมที่สำคัญจะต้องใส่รหัสที่ใช้ครั้งเดียว (OTP-One Time Password) ที่ส่งผ่านระบบ SMS (Short Message Service) ไปยังโทรศัพท์ของผู้ที่ทำธุรกรรมการเงินนั้นๆ ซึ่งยังมีความเสี่ยงสูงในการสูญเสียบัญชีจากการใช้งานในกรณีที่โทรศัพท์มือถือสูญหายหรือถูกขโมย ขณะที่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ จะมีการใช้ระบบการยืนยันตนเองสามระดับ (3-Factor Authentication)
“ผู้เกี่ยวข้องควรพิจารณาถึงเรื่องความสมดุลระหว่างระบบความปลอดภัยทางการเงินและความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ ทั้งสถาบันการเงินต่างๆ และผู้ใช้บริการ ควรจะพิจารณาปรับตัวอย่างไรกับประเด็นนี้” น.ส.วิลาวรรณ กล่าว







