
4 สถานี เชื่อมรถ-ราง-เรือ
ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตคลองสานและเขตธนบุรี มีประชาชนอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ ดังนั้นโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีทอง นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อและเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนหลัก โดยมุ่งบรรเทาปัญหาการจราจรที่จะเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากความเจริญและการเติบโตอย่างรวดเร็วในพื้นที่ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนโดยทั่วไปผู้ใช้เส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้า 3 สายหลัก สายสีเขียวสีม่วง สีแดง และระบบรถราง เรือโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง เป็นระบบขนส่งมวลชนที่ช่วยเติมเต็มโครงข่ายการเดินทางในพื้นที่และเชื่อมต่อระบบการเดินทางด้วยรถ ราง เรือ ได้แก่ การเชื่อมต่อรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในพื้นที่ทั้งหมด 3 สายทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า (เปิดให้บริการแล้ว) รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2565) รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย (คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการปี 2566) นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อระบบรอ
ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตคลองสานและเขตธนบุรี มีประชาชนอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ ดังนั้นโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีทอง นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อและเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนหลัก โดยมุ่งบรรเทาปัญหาการจราจรที่จะเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากความเจริญและการเติบโตอย่างรวดเร็วในพื้นที่ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนโดยทั่วไปผู้ใช้เส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้า 3 สายหลัก สายสีเขียวสีม่วง สีแดง และระบบรถราง เรือ
โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง เป็นระบบขนส่งมวลชนที่ช่วยเติมเต็มโครงข่ายการเดินทางในพื้นที่และเชื่อมต่อระบบการเดินทางด้วยรถ ราง เรือ ได้แก่ การเชื่อมต่อรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในพื้นที่ทั้งหมด 3 สายทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า (เปิดให้บริการแล้ว) รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2565) รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย (คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการปี 2566) นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อระบบรองอื่นๆ ได้แก่ เรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟาก และรถโดยสารประจำทาง
แนวเส้นทางโครงการที่เริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีกรุงธนบุรี ผ่านแยกคลองสาน ไปยังถนนประชาธิปก ระยะทาง 2.7 กิโลเมตร ประกอบด้วย4 สถานี โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ระยะทาง 1.8 กิโลเมตรมี 3 สถานี เริ่มต้นจากสถานีกรุงธนบุรี (G1) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายกรุงธนบุรี โดยแนวเส้นทางจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก บนเกาะกลางถนนกรุงธนบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเจริญนคร จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่สถานีเจริญนคร (G2) ตั้งอยู่บริเวณสะพานข้ามคลองวัดทองเพลง แล้วมุ่งหน้าต่อไปยังแยกคลองสาน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา
แนวเส้นทางจะเบี่ยงไปอยู่เหนือแนวทางเดินเท้าด้านซ้ายฝั่งคลองสมเด็จเจ้าพระยา เข้าสู่สถานีคลองสาน (G3) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเยื้องกับโรงพยาบาลตากสิน โดยมีทางเดินสกายวอล์ก เพื่อให้สามารถเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาลตากสินได้โดยตรง และในอนาคตสถานีคลองสาน (G3) จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย ส่วนระยะที่ 2 ระยะทาง 0.9 กิโลเมตร มี 1 สถานีเริ่มต้นจากสถานีคลองสาน (G3) มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางเดินเท้าของถนนสมเด็จเจ้าพระยา จนไปถึงสถานีประชาธิปก (G4)ตั้งอยู่บริเวณซอยสมเด็จเจ้าพระยา 6 กับซอยสมเด็จเจ้าพระยา 8 ซึ่งในอนาคตจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ
ทั้งนี้ ผลการศึกษาด้านเศรษฐกิจพบว่ามีความเหมาะสมในการลงทุน โดยมีอัตราส่วนผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 28.5 มูลค่าการลงทุน 3,845.70 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 1 มูลค่าการลงทุน 2,512.60 ล้านบาท ระยะที่ 2 มูลค่าการลงทุน 1,333.11 ล้านบาท โดยคาดว่าเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 จะประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและประหยัดเวลาในการเดินทางมูลค่าประมาณ 830 ล้านบาท/ปี และเพิ่มขึ้นเป็น 2,417 ล้านบาท/ปี ในปี 2581 โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการในระยะที่ 1 ในปี 2561 ประมาณ 4.73 หมื่นเที่ยวคน/วัน และในระยะที่ 2 ในปี 2566 ประมาณ 8.18 หมื่นเที่ยวคน/วัน
สำหรับตัวรถไฟฟ้าจะขนาดเล็กน้ำหนักเบา และสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ 4,000-1.2 หมื่นคน/ชั่วโมง/ทิศทางมาใช้ซึ่งระบบรถไฟฟ้าขนาดรองนี้สามารถก่อสร้างได้ง่าย โครงสร้างเสาขนาดเล็ก ไม่มีการเวนคืนที่ดินของประชาชน







