
TPIPP แปลงขยะทำไฟฟ้า
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย ภาพ กิจจา อภิชนรจเรขบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) บริษัทลูกของบริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ในวันที่ 5 เม.ย. 2560 จะเข้าซื้อขายเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)“ภากร เลี่ยวไพรัตน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ TPIPP ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์” ว่า บริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ทั้งถ่านหินพลังงาน รวมถึงการมุ่งเน้นผลิตไฟฟ้าจากขยะและพลังงานความร้อนทิ้งที่มีพอร์ตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในไตรมาส 4/2560 จะมีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 440 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2559 ที่ 150 เมกะวัตต์ ซึ่งธุรกิจของบริษัทแตกต่างจากธุรกิจโรงไฟฟ้าใน SET ที่เน้นโซลาร์ฟาร์ม รวมถึงถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่จำเป็นต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ TPIPP จะใช้ความเชี่ยวชาญในการนำขยะและพลังงานความร้อนทิ้งในประเทศ และมีความรู้พัฒนาเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตนำมาเป็นเชื้อเพลิงใช้เป็นพลังงานในการผลิตไฟฟ้าด้วยทีมงานวิศวกรและทีมวิจัยที่มี 500 คน อีกทั้งลดปริมาณขยะของประเทศสอดรับกับนโยบายรัฐบาล เพราะบริษัทนำขยะในประเทศมากที่สุด เฉลี่ย 6,000 ตัน/วัน
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) บริษัทลูกของบริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ในวันที่ 5 เม.ย. 2560 จะเข้าซื้อขายเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
“ภากร เลี่ยวไพรัตน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ TPIPP ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์” ว่า บริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ทั้งถ่านหินพลังงาน รวมถึงการมุ่งเน้นผลิตไฟฟ้าจากขยะและพลังงานความร้อนทิ้งที่มีพอร์ตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในไตรมาส 4/2560 จะมีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 440 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2559 ที่ 150 เมกะวัตต์ ซึ่งธุรกิจของบริษัทแตกต่างจากธุรกิจโรงไฟฟ้าใน SET ที่เน้นโซลาร์ฟาร์ม รวมถึงถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่จำเป็นต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ
TPIPP จะใช้ความเชี่ยวชาญในการนำขยะและพลังงานความร้อนทิ้งในประเทศ และมีความรู้พัฒนาเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตนำมาเป็นเชื้อเพลิงใช้เป็นพลังงานในการผลิตไฟฟ้าด้วยทีมงานวิศวกรและทีมวิจัยที่มี 500 คน อีกทั้งลดปริมาณขยะของประเทศสอดรับกับนโยบายรัฐบาล เพราะบริษัทนำขยะในประเทศมากที่สุด เฉลี่ย 6,000 ตัน/วัน หรือ 1.8 ล้านตัน/ปี มาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า
ในปี 2559 อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 48.1% จากปี 2558 ที่ 38.2% เกิดโรงไฟฟ้าใหม่ที่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) ในทุกโครงการของบริษัทที่ทยอยผลิตจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบนั้น เพราะได้สัญญาขายไฟฟ้าโดยได้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) อีกในอัตรา 3.5 บาท/กิโลวัตต์/ชั่วโมง เมื่อรวมกับราคารับซื้อไฟฟ้าพื้นฐานของบริษัท ราคาขายไฟฟ้าที่บริษัทได้รับจะอยู่ที่ 6.5 บาท/กิโลวัตต์/ชั่วโมง
อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2559 ถือว่าสูงสุดในผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า ส่วนอัตรากำไรสุทธิไม่ได้แตกต่างมากนักจากตัวเลขอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ ด้วยความสามารถในการบริหารต้นทุนในการผลิตของบริษัทเฉลี่ยที่ทำได้ที่ 1.8 บาท/กิโลวัตต์/ชั่วโมง
ในอนาคตเชื่อว่ายังเติบโตต่อเนื่องด้วยนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนในธุรกิจนี้ หลังจากประกาศแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติว่าต้องการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% จากแผนที่กำหนดไว้ที่ 10% โดยเฉพาะภาครัฐจะเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาดำเนินธุรกิจไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะหรือของเสียมากขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากปริมาณขยะของประเทศไทยที่มีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องขณะที่ TPIPP มีความพร้อมมากที่สุดรายหนึ่ง ทั้งด้านการเงิน เทคนิค และบุคลากร จึงมีศักยภาพมีส่วนร่วมได้ทันทีหากรัฐบาลเปิดให้ประมูล
นอกจากนั้น ไม่ปิดกั้นอยู่ที่ธุรกิจเดิมเท่านั้น ยังศึกษาโอกาสการลงทุนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกอื่นด้วย แต่เน้นในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“ภัคพล เลี่ยวไพรัตน์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงินและบัญชี TPIPP อธิบายว่า รายได้รวมในปี 2559 ที่ 4,386.2 ล้านบาท เติบโตจากปี 2558 ที่อยู่ที่ 2,629.4 ล้านบาท จากโรงไฟฟ้า 2 โครงการใหม่ที่เริ่มขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดกำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ ที่มีสัญญาขายไฟฟ้า 18 เมกะวัตต์ซึ่งเริ่มขายไฟฟ้าในเดือน ม.ค. 2559 และอีกโครงการขนาดกำลังผลิตรวมที่ 60 เมกะวัตต์ ที่มีสัญญาขายไฟฟ้า 55 เมกะวัตต์ เริ่มขายไฟฟ้าในเดือน ส.ค. 2558 ที่รับรู้รายได้เต็มในปี 2559 รวมถึงโรงปูนซีเมนต์ไลน์ที่ 4 ที่เดินเครื่องผลิตได้เต็มประสิทธิภาพ สามารถผลิตความร้อนทิ้งได้เต็มที่ ทำให้มีพลังงานมาใช้ผลิตไฟฟ้ามากขึ้น
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจะทยอยเสร็จจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 4/2560 นี้อีก 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) 70 เมกะวัตต์ โครงการต่อมาคือโครงการโรงไฟฟ้าที่เลือกใช้ถ่านหิน หรือ RDF เป็นเชื้อเพลิงได้อีก 70 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 150 เมกะวัตต์ ดังนั้นเมื่อวัดขนาดของกำลังผลิตในสิ้นปี 2560 ที่มีทั้งสิ้น 440 เมกะวัตต์ จะเติบโตถึง 65.9% จากสิ้นปี 2559
“โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ 3 โรงที่เสร็จขายไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้ามาทันที แต่จะไปรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2561 จะให้ปีหน้ามีโอกาสเห็นการก้าวกระโดดขึ้นจากปีนี้ ส่วนแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นจะสูงขึ้นเพราะ RDF ขนาด 70 เมกะวัตต์ ที่จะเสร็จไตรมาส 4 ปีนี้ จะนำไปรวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งอีก 30 เมกะวัตต์ที่มีอยู่เดิม กำลังผลิตเป็น 100 เมกะวัตต์ จะขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้สัญญาขายไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์ เพราะเป็นโครงการที่ได้ Adder”







