posttoday
TPCH โรงไฟฟ้าชีวมวล ลุ้นโอกาสใหม่

TPCH โรงไฟฟ้าชีวมวล ลุ้นโอกาสใหม่

27 มีนาคม 2560

โดย...พูลศรี เจริญจุดเริ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) เกิดจากวิสัยทัศน์ของ เจริญ จันทร์พลังศรี ผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และปัจจุบันรับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้ TPCH ทุกโครงการ โดยเจริญได้เริ่มปักหมุดโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันถือเป็นบริษัทที่มีฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลที่แข็งแกร่งในภาคใต้การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เดือน ม.ค. 2558 ทำให้ TPCH ได้เงินทุนมาขยายธุรกิจและผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง “กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี” ประธานกรรมการบริหาร TPCH กล่าวว่า บริษัทได้เงินจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) 1,140 ล้านบาท มาขยายธุรกิจจนเติบโตถึงทุกวันนี้ โดยก่อนนำกิจการเข้าจดทะเบียนมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) จำนวน 60-70 เมกะวัตต์ ค่าก่อสร้าง 75 ล้านบาท/เมกะวัตต์ ขณะที่ปัจจุบันมีพีพีเอ 130 เมกะวัตต์“เงินที่ได้จากไอพีโอ รวมกับกระแสเงินสดในมือ 600-700 ล้านบาท ทำให้มีเงินทุนเพียงพอสำหรับพัฒนาโรงไฟฟ้าได้ 150 เมกะวัตต์”นอกจากธุรกิจเติบโตต่อเนื่องแล้ว หุ้น TPCH ยังได้รับ

โดย...พูลศรี เจริญ

จุดเริ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) เกิดจากวิสัยทัศน์ของ เจริญ จันทร์พลังศรี ผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และปัจจุบันรับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าให้ TPCH ทุกโครงการ โดยเจริญได้เริ่มปักหมุดโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันถือเป็นบริษัทที่มีฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลที่แข็งแกร่งในภาคใต้

การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เดือน ม.ค. 2558 ทำให้ TPCH ได้เงินทุนมาขยายธุรกิจและผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง

“กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี” ประธานกรรมการบริหาร TPCH กล่าวว่า บริษัทได้เงินจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) 1,140 ล้านบาท มาขยายธุรกิจจนเติบโตถึงทุกวันนี้ โดยก่อนนำกิจการเข้าจดทะเบียนมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) จำนวน 60-70 เมกะวัตต์ ค่าก่อสร้าง 75 ล้านบาท/เมกะวัตต์ ขณะที่ปัจจุบันมีพีพีเอ 130 เมกะวัตต์

“เงินที่ได้จากไอพีโอ รวมกับกระแสเงินสดในมือ 600-700 ล้านบาท ทำให้มีเงินทุนเพียงพอสำหรับพัฒนาโรงไฟฟ้าได้ 150 เมกะวัตต์”

นอกจากธุรกิจเติบโตต่อเนื่องแล้ว หุ้น TPCH ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน ปัจจุบันนักลงทุนสถาบันถือหุ้น TPCH เกือบ 20% นอกจากนี้การนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่ฮ่องกงช่วงต้นเดือน มี.ค. มีนักลงทุนสถาบันสนใจเข้าฟังจำนวนมาก

โอกาสการขยายธุรกิจของ TPCH มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศตั้งเป้าพีพีเอ โรงไฟฟ้าชีวมวลให้ครบ 200 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้ และคาดว่าจะจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ให้ครบทั้ง 200 เมกะวัตต์ ได้ภายในปี 2563-2564

สิ้นปีนี้คาดว่าจะ COD ได้ประมาณ 60 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 40 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าที่จะ COD มี 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพัทลุง กรีน เพาเวอร์ กำลังการผลิตในการขายไฟฟ้า 9.2 เมกะวัตต์ คาดว่าเริ่ม COD ไตรมาส 2 และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลสตูล กรีน เพาเวอร์ ขนาดกำลังการผลิตในการขายไฟฟ้า 9.2 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่ม COD ไตรมาส 3

อีกโอกาสใหม่ของ TPCH ในปีนี้คือ กรณีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดเกือบ 600 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP-Hybrid Firm ทั่วประเทศ จำนวน 300 เมกะวัตต์ และ VSPP+ Semi-Firm ทั่วประเทศ จำนวน 289 เมกะวัตต์ ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนผสมทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และพืชพลังงาน

“เราอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมร่วมประมูลทั้ง 2 โครงการ และถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนของ TPCH เบื้องต้นตั้งเป้าได้พีพีเอจากทั้ง 2 โครงการรวม 70 เมกะวัตต์ หากเป็นไปตามเป้าจะทำให้ปีนี้มีพีพีเอโรงไฟฟ้าชีวมวล 200 เมกะวัตต์ เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2563”

กนกทิพย์ กล่าวอีกว่า บริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเพื่อยื่นขอคุณสมบัติในการเข้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน พื้นที่ จ.นนทบุรี จากหน่วยงานรัฐบาล ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นจากบริษัท สยาม พาวเวอร์ (SP) 50% มีกำลังผลิต 8 เมกะวัตต์ ขณะที่ตั้งเป้าที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนทั่วประเทศประมาณ 50 เมกะวัตต์

เธอบอกว่า TPCH อยู่ระหว่างประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ สปป.ลาว กำลังการผลิต 52.10 เมกะวัตต์ หลังได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ไปแล้วในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา คาดว่าได้ข้อสรุปการลงทุนในโครงการดังกล่าวไม่เกิน 4 เดือนข้างหน้า หากผลสรุปออกมาแล้วว่าคุ้มค่าในการลงทุน คาดว่าจะใช้เวลาในการพัฒนาโครงการประมาณ 4 ปี โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 50-60 ล้านบาท/1 เมกะวัตต์ นอกจากนี้อยู่ระหว่างศึกษาในการก่อสร้างโครงการพลังงานน้ำอีก 1 โครงการ

แนวโน้มผลประกอบการปี 2560 บริษัทคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาส จากกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันจะมีอัตรากำไรเพิ่มทุน เนื่องจากต้นทุนทางการเงินลดลง

ตัวอย่างเช่น โรงไฟฟ้าช้างแรกที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งก่อสร้างและเดินเครื่องผลิตครบ 3 ปีแล้ว สถาบันการเงินได้เสนออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีแบบมีกำหนดระยะเวลา (เอ็มแอลอาร์) ลบ 2% เป็นต้น ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าโครงการใหม่อัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ลบ 2 (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์เฉลี่ยที่ 6% ต่อปี) 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน