
ระยะสั้นขึ้นจำกัด
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อเดือน มี.ค. ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้
โดย...อรลักษณ์ วงศ์มาศา นักวิเคราะห์อนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อเดือน มี.ค. ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ นักลงทุนเริ่มกลับมากังวลว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะดำเนินนโยบายล่าช้ากว่าที่คาด หลังจาก รมว.คลังสหรัฐ สตีเวน มนุชิน เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเสนอร่างปฏิรูปกฎหมายภาษี ในเดือน ส.ค.ปีนี้ แต่การปฏิรูปภาษีจะรอหลังผ่านร่างกฎหมายสุขภาพฉบับใหม่ แต่เนื่องจากกฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับชาวอเมริกันส่วนใหญ่ทำให้ยุ่งยาก
ผลการเลือกตั้งที่เนเธอร์แลนด์ วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา พรรคขวาจัดที่มีความคิดประชานิยม ต่อต้านผู้อพยพและมุสลิมพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ขณะที่ มารีน เลอแปน คู่แข่งคนสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส (รอบแรกในช่วงวันที่ 23 เม.ย.นี้) ผู้ประกาศนโยบายจะนำฝรั่งเศสออกจากสหภาพยุโรป (อียู) จากผลสำรวจล่าสุดเธอยังมีคะแนนตามหลังพรรคคู่แข่งสำคัญอยู่ ช่วยลดความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างอังกฤษออกจากอียู (เบร็กซิต)
ทั้งสามประเด็นกดดันให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า ทำให้คาดว่าในระยะสั้นจะมีเงินเริ่มไหลเข้ามายังตลาดประเทศเกิดใหม่โดยเฉพาะไทยมากขึ้น โดยต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ 5 วันต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.นี้ รวม 4,283 ล้านบาท และทิศทางค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ล่าสุดมาอยู่ที่ 34.61 แข็งค่าสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ปรับลดลงมาทำจุดต่ำสุดรอบ 4 เดือน เนื่องจากตัวเลขแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐเพิ่มขึ้น 9 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่งผลให้สหรัฐผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรล เพิ่มความกังวล และมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือการประชุมของคณะกรรมการระหว่างกลุ่มโอเปกและนอกโอเปก ในวันที่ 25-26 มี.ค.นี้
นักวิเคราะห์กลุ่มพลังงาน KGI คาดว่าราคาน้ำมันดูไบในช่วงไตรมาส 2 จะลดเล็กน้อยจากไตรมาสแรกมาอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สะท้อนปัจจัยเสี่ยงเรื่องการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าราคาน้ำมันน่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยประเมินราคาเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังปีนี้ที่ระดับ 56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากคาดหวังว่าโอเปกจะมีการต่ออายุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้ และความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมาทันปริมาณกำลังการผลิตในปัจจุบัน
นักเศรษฐศาสตร์ KGI รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตราสูงขึ้นต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ โดยคาดการณ์อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้โต 3.6% และปีหน้า 3.8% โดยครึ่งหลังปีหน้าจะโตได้กว่า 4%
ขณะที่ลดคาดการณ์กำไรปีนี้ลง โดยคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 2560 ที่สำรวจโดยบลูมเบิร์กลดลงสู่ระดับ 102.4 จากเดือนก่อนที่ 107.4
นอกจากนี้ การขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อรับสิทธิปันผลของหุ้น 15 บริษัท เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ในเดือน เม.ย. จะส่งผลให้ดัชนี SET50 ลดลง 8.7 จุด รวมทั้งหุ้น PTT ที่จะขึ้น XD ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ และจะส่งผลต่อดัชนี 2.9 จุด ซึ่งอาจส่งผลให้ดัชนี SET50 ปรับลง 11.6 จุด
กลยุทธ์การลงทุนเดือน เม.ย. คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะมีเงินไหลเข้าให้ขึ้นได้ในระยะสั้นแต่จำกัด เมื่อดัชนี SET50 ปรับขึ้นไปถึงเป้าหมายที่ 1,000-1,015 ต้องระวังแรงขายทำกำไรโดยเฉพาะช่วงหลังการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่ จะมีแรงขายจากนักลงทุนที่ซื้อเพื่อหวังเงินปันผล รวมทั้งการขึ้น XD คาดว่าจะฉุดดัชนี SET50 ให้แกว่งขึ้นจำกัดสลับชะลอลงได้
กลยุทธ์ของดัชนี SET50 ฟิวเจอร์ส แนะนำให้เทรดดิ้งสัญญา S50H17 โดยเปิด Long ที่แนวรับ 980-985 เพื่อรอปิดสถานะช่วงเด้งขึ้นไปแนวต้าน 1,000/1,015 โดยให้ตัดขาดทุนหากหลุดต่ำกว่า 970 หรือเปิด Short เมื่อดีดฟื้นขึ้นไปแนวต้าน 1,010-1,015 และปิดสถานะเมื่อชะลอลงมาที่บริเวณแนวรับ 985/975 โดยให้ตัดขาดทุนหากทะลุเหนือ 1,025
ราคาทองคำคาดว่าจะแกว่งตัวขึ้นจำกัด เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐที่กลับมาอ่อนค่า แต่กรอบจะแคบลงจากเดือนก่อนที่แกว่งตัว 20,120-20,860 หากไม่ปรับขึ้นและทะลุผ่านแนวต้าน 20,600/20,800 ไปได้ คาดจะสลับแกว่งตัวลงทดสอบแนวรับ 20,200-20,300 แนะนำ ลงซื้อขึ้นขาย โดยให้เทรดดิ้งทองคำล่วงหน้าสัญญา GF10J17 โดยแนะนำซื้อเมื่อชะลอลงมาแนวรับ 20,200-20,300 เพื่อรอขายในช่วงขึ้น แนวต้าน 20,600/20,800 โดยให้ตัดขาดทุนหากหลุดต่ำกว่า 19,950







