posttoday
AHคาดปีนี้กำไรโตไม่ต่ำกว่า10%

AHคาดปีนี้กำไรโตไม่ต่ำกว่า10%

24 มีนาคม 2560

AH ตั้งเป้าปีนี้กำไรสุทธิโตไม่น้อยกว่า 10-20% จาก 543 ล้าน ปีก่อนจากการบริหารต้นทุนภายใต้ยอดขายโตน้อยเพียง 5%นายเย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) เปิดเผยว่า คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10-20% จากระดับ 543.09 ล้านบาทในปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะคาดยอดขายปีนี้เติบโตได้ราว 5% จากปีก่อนอยู่ที่ราว 1.5 หมื่นล้านบาท ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประเมินยอดผลิตรถยนต์ปีนี้เพิ่มขึ้นมาที่ 2 ล้านคันทั้งนี้ แบ่งเป็นการจำหน่ายในประเทศ 8 แสนคัน และที่เหลือจะเป็นการส่งออก หลังโครงการรถยนต์คันแรกครบกำหนดเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือภายใน 5 ปี ส่งผลทำให้มีความต้องการซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับภาครัฐให้การสนับสนุนโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) เฟส 2 ซึ่งจะเริ่มผลิตได้ในปีนี้ และคาดว่าจะมียอดขายราว 1 แสนคันในปีนี้บริษัทยังมองโอกาสการลงทุนไปทั่วโลก จากปัจจุบันมีฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อยู่ในประเทศไทย มาเลเซีย และจีนแล้ว ขณะที่มีความสนใจในประเทศอินเดีย ยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น เพิ่มเติม ซึ่งรูปแบบของการลงทุนมีความเป็นไปได้ทุกร

AH ตั้งเป้าปีนี้กำไรสุทธิโตไม่น้อยกว่า 10-20% จาก 543 ล้าน ปีก่อนจากการบริหารต้นทุนภายใต้ยอดขายโตน้อยเพียง 5%

นายเย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) เปิดเผยว่า คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10-20% จากระดับ 543.09 ล้านบาทในปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะคาดยอดขายปีนี้เติบโตได้ราว 5% จากปีก่อนอยู่ที่ราว 1.5 หมื่นล้านบาท ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประเมินยอดผลิตรถยนต์ปีนี้เพิ่มขึ้นมาที่ 2 ล้านคัน

ทั้งนี้ แบ่งเป็นการจำหน่ายในประเทศ 8 แสนคัน และที่เหลือจะเป็นการส่งออก หลังโครงการรถยนต์คันแรกครบกำหนดเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือภายใน 5 ปี ส่งผลทำให้มีความต้องการซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับภาครัฐให้การสนับสนุนโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) เฟส 2 ซึ่งจะเริ่มผลิตได้ในปีนี้ และคาดว่าจะมียอดขายราว 1 แสนคันในปีนี้

บริษัทยังมองโอกาสการลงทุนไปทั่วโลก จากปัจจุบันมีฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อยู่ในประเทศไทย มาเลเซีย และจีนแล้ว ขณะที่มีความสนใจในประเทศอินเดีย ยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น เพิ่มเติม ซึ่งรูปแบบของการลงทุนมีความเป็นไปได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปร่วมลงทุน การเข้าซื้อกิจการ และการเข้าไปลงทุนเอง คาดว่าน่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปีนี้ราว 1 ประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่บริษัทในอนาคต และน่าจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นในปีหน้า จากปีก่อนมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 27%

สำหรับแหล่งเงินลงทุนจะมาจากการกู้ยืมจากสถาบันทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ที่ 0.4 เท่า และมีนโยบายไม่ให้เกิน 1 เท่า ซึ่งยังสามารถกู้ยืมจากสถาบันการเงินได้อีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท

"ปี 2559 เรามีกำไรสุทธิเติบโตขึ้นกว่า 70% จากปี 2558 จากการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในปีนี้เราก็คาดว่าผลการดำเนินงานโดยรวมจะดีกว่าปีก่อน ซึ่งกำไรสุทธิก็น่าจะเติบโตอย่างน้อยราว 10-20% และยอดขายน่าจะโตราว 5% เป็นไปตามอุตสาหกรรมฯ ที่เติบโตขึ้น ประกอบกับเรายังมองการขยายตลาดเพิ่มเติมอีก โดยมองการลงทุนไปทั่วโลกจากที่ผ่านมามองเพียงในเอเชียเท่านั้น คาดว่าปีนี้น่าจะเห็นความชัดเจนได้ และน่าจะส่งผลดีต่อสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า"นายเย็บ ซู ชวน กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่