
ขนส่งตั้งโต๊ะรับชำระค่าปรับ หลังม.44ให้งดต่อภาษีคนไม่จ่าย
ขนส่งตั้งโต๊ะรับชำระค่าปรับแทนสตช. หลังม.44งดต่อภาษีรถให้คนไม่จ่ายมีผลบังคับใช้ ชี้ใบสั่งที่ออกตั้งแต่21ม.ค. เข้าเกณฑ์ทั้งหมด
ขนส่งตั้งโต๊ะรับชำระค่าปรับแทนสตช. หลังม.44งดต่อภาษีรถให้คนไม่จ่ายมีผลบังคับใช้ ชี้ใบสั่งที่ออกตั้งแต่21ม.ค. เข้าเกณฑ์ทั้งหมด
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกม.44 แก้ปัญหาความปลอดภัยรถโดยสาร และคุมเข้มวินัยจราจร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กรมการขนส่งทางบกนั้น การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นจะมีการหารือร่วมกันในวันพรุ่งนี้ เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลให้เร็วที่สุดภายหลังจากประกาศม.44 มีผลบังคับใช้แล้ว
"เบื้องต้นการออกใบสั่ง รถยนต์ทั่วไปนั้นตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. 2560 เป็นต้นไปจะถือว่าเข้าเกณฑ์ข้อบังคับใหม่ทั้งหมด ผู้ที่ทำผิดกฎหมายจราจรจะไม่สามารถต่อภาษีกับกรมขนส่งทางบกได้ตามปกติ โดยขบ. จะเปิดพื้นที่ตั้งโต๊ะรับชำระค่าปรับแทนสตช. ด้วย ซึ่งหากผู้ต่อภาษีรายใดชำระค่าปรับเรียบร้อยก็สามารถ ต่อภาษีได้ทันที"นายสนิทกล่าว
อย่างไรก็ผู้ขับขี่ยังไม่ชำระค่าปรับตามกำหนดทางขบ.จะออกป้ายต่อภาษีชั่วคราวเพื่อใช้เป็นป้ายต่อทะเบียนภาษีชั่วคราว อายุ 30 วันในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกตรวจสอบรถ ก็สามารถแสดงป้ายดังกล่าวได้ แต่หากไม่ดำเนินการหลังพ้น 30 วันเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อไป
นายสนิท กล่าวว่า ส่วนการออกประกาศ ม.44 ที่ควบคุมเกี่ยวกับความปลอดภัยของรถโดยสารและรถยนต์ส่วนบุคคลนั้น ในประเด็นรถโดยสารที่มีผลทันทีโดยเฉพาะในส่วนของรถตู้โดยสารนั้นจะต้องแก้ไขปรับปรุงที่นั่งในตัวรถให้เหลือเพียง 13 ที่นั่งจากเดิม 15 ที่นั่งเพื่อยกระดับความปบอดภัยให้กับรถตู้โดยสารสาธารณะโดยการนำเบาะท้ายสุดของตัวรถออกไป 1 ที่นั่งรวมทั้งเบาะกลางระหว่างคนขับกับผู้โดยสารด้านหน้า อีก 1 ที่นั่ง อย่างไรก็ตามด้านการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยจะบังคับให้ติดตั้งในรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลทุกที่นั่งอีกทั้งยังได้กำหนดให้ผู้ขับขี่และผู้นั่งทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา
อย่างไรก็ตามประกาศดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะรถที่มีการกำหนดโครงสร้างว่ามีจำนวนกี่ที่นั่งเท่าใด หากรถคันใด มีการต่อเติมที่นั่งเพิ่มเติมหรือเป็นพื้นที่ในรถที่ไม่ได้ถูกระบุเพื่อการใช้สำหรับโดยสาร (ใช้วางสิ่งของ)ก็จะไม่เข้าข่ายตามประกาศดังกล่าว รวมทั้งรถสองแถว ซึ่งตามโครงสร้างไม่สามารถติดเข็มขัดนิรภัยได้สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ก็จะใช้มาตรการควบคุมดูแลความปลอดภัยอื่นๆมาทดแทน







