
ปั้นอี-คอมเมิร์ซให้โดนใจพฤติกรรมผู้บริโภค 4.0
การพลวัตของเทคโนโลยีส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง และกลายมาเป็นผู้มีอำนาจการเข้าถึงข้อมูล
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
การพลวัตของเทคโนโลยีส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง และกลายมาเป็นผู้มีอำนาจการเข้าถึงข้อมูล นอกจากนี้ เทคโนโลยียังเข้ามาฉีก กฎเกณฑ์การทำธุรกิจลงอย่างสิ้นเชิง งานสัมมนาพลิกมุมคิด ติดอาวุธธุรกิจ 4.0 ชี้แนะการปรับตัวการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล
ณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง นักการตลาดดิจิทัล กล่าวในหัวข้อ "ถอดรหัสผู้บริโภค 4.0" ว่า การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลต้องเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภค ยิ่งเข้าใจมากเท่าไร โอกาสก็ยิ่งประสบความสำเร็จสูง พฤติกรรมคนไทยในขณะนี้ออนไลน์ 24 ชั่วโมง หมดยุคการทำตลาดสำหรับคนกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด การมีอินเทอร์เน็ตทำให้ไม่มีการแบ่งแยกพรมแดน และการซื้อสินค้าทางออนไลน์ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
ทั้งนี้ การเข้าใจพฤติกรรมยุคดิจิทัลมีด้วยกัน 6 ด้าน ได้แก่ 1.เทคโนโลยีที่เข้ามาส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง อินเทอร์เน็ตทำให้คนเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องรอ มีอำนาจการเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีทุกที่และทุกเวลา 2.การสื่อสารผ่านโฆษณายากมากขึ้น พบว่ามีผู้ชมจำนวนมากปฏิเสธการชมโฆษณาทางยูทูบด้วยการกดสคิป
ขณะที่ 3.เทคโนโลยีเปลี่ยนกฎทำธุรกิจ สร้างช่องทางออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กทำธุรกิจให้เป็นประชาธิปไตย ร้านค้ารายเล็กไม่ต้องลงทุนสูงก็ทำธุรกิจได้ 4.ไม่เชื่อโฆษณาแต่เชื่อจากผู้มีประสบการณ์ใช้สินค้า จึงมีพฤติกรรมอ่านรีวิวเมื่อเลือกซื้อสินค้า เมื่อสินค้าราคาแพงหรือสินค้าที่ไม่เคยซื้อจะอ่านรีวิวมากกว่าปกติ 5.ดิจิทัลเปิดช่องทางให้เชื่อมโยงทันทีและตลอดเวลา 6.การเลือกซื้อสินค้าหาตัวเลือกที่ดีที่สุดบนดิจิทัล
สาวิณี วิมานะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ได้เร่งการร่างแผนอี-คอมเมิร์ซเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะตลาดเติบโตรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นให้ความสนับสนุนธุรกิจบีทูซี หรือผู้ดำเนินธุรกิจรายย่อยที่ขายสินค้าไปยังผู้บริโภค กลุ่มธุรกิจบีทูบีส่งเสริมการยืนยันตัวตน ส่วนระบบชำระเงินและโลจิสติกส์ภาครัฐกับเอกชนร่วมกันขับเคลื่อน พร้อมกับเร่งขยายอินเทอร์เน็ตเข้าถึงชุมชน สร้างความเข้าใจสร้างรายได้จากการใช้เทคโนโลยี
เช่นเดียวกับ ยศ กิมสวัสดิ์ ประธานสำนักระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ได้เร่งพัฒนาระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เพย์เมนต์) ขณะนี้การใช้งานอยู่ 25% แต่ไตรมาส 3 เปิดบริการโอนเงินระหว่างอี-วอลเล็ต กับ อี-วอลเล็ต รวมทั้งปลายปีเปิดให้บริการโอนเงินชำระค่าสินค้า เพื่อให้ง่ายต่อการชำระเงิน และแก้ปัญหาซื้อขายทางอี-คอมเมิร์ซแล้วไม่มั่นใจ โดยผู้บริโภค 70-80% เปลี่ยนใจระหว่างโอนเงิน
"เราส่งเสริมให้ร้านค้าใช้เครื่องรูดบัตรเดบิตการ์ดและเครดิต โดยลดค่าธรรมเนียมจาก 1.2-1.5% เป็นเหลือ 0.55% หลังพบว่ามีจำนวนผู้ถือบัตรเดบิตการ์ด 48 ล้านใบ และบัตรเครดิต 24 ล้านใบ เบื้องต้นทางสมาคมธนาคารฯ มีการพัฒนาฟินเทค 5 ปี โดยเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนพร้อมเพย์แบบนิติบุคคลผ่านบัตรประชาชนไปก่อน แต่ต่อไปจะเป็นเบอร์โทรศัพท์แทน" ยศ กล่าว
ธานี โอฬารรัตน์มณี ผู้อำนวยการกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ไทยกำลังขับเคลื่อนไปเป็นสังคมผู้ประกอบการทั่วประเทศ สังคมเข้าสู่การแข่งขัน ดังนั้นควรนำข้อมูลบริษัทเปิดเผยข้อมูล จดทะเบียนร้านค้าให้ถูกต้อง เพราะการเป็นนิติบุคคลมีความน่าเชื่อถือกว่าบุคคลธรรมดา ทั้งการขอสินเชื่อหรือระดมทุนต่อยอดธุรกิจในอนาคต
ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยจะติดปีกไกลได้ต้องเข้าใจพฤติกรรมของคน การ ส่งเสริมระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเร่งให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้คล่องและง่ายขึ้น และการจดทะเบียนร้านค้าจะช่วยให้ธุรกิจมีความโปร่งใสสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อสินค้า







