
'ประกิด บุณยัษฐิติ' รองเลขาธิการ กลต.ทุ่มเทกับงานเต็มที่
เป็นหน่วยงานหลักสำคัญที่มีบทบาททั้งการกำกับดูแลและการพัฒนาไปพร้อมกัน เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2560
โดย...ประลองยุทธ/ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
เป็นหน่วยงานหลักสำคัญที่มีบทบาททั้งการกำกับดูแลและการพัฒนาไปพร้อมกัน เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมาจึงได้มีการปรับโครงสร้างผู้บริหารองค์กร ให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวมถึงมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีด้านการเงิน (ฟินเทค) เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นกับสังคมไทยซึ่งเป็นเรื่องที่ ก.ล.ต.ให้ความสำคัญ
“ประกิด บุณยัษฐิติ” ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2560 รับผิดชอบสายระดมทุน และสายกำกับบริษัทจดทะเบียน เลื่อนตำแหน่งจากการเป็นผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สายระดมทุน
เขาเป็นนักเรียนทุนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ฝ่ายกำกับ และตรวจสอบ สถาบันการเงิน ธปท. ยุคนั้นยังมีบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ (บงล.) ที่มี “ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” เป็นรองผู้อำนวยการ ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน มี “ชาลี จันทนยิ่งยง” เป็นหัวหน้าหน่วยของหน่วยกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน และเป็นหัวหน้าโดยตรงด้วย
ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน ธปท.ช่วงนั้นมีส่วนเข้าร่วมทำงานกับทีมงานร่าง “พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535” ด้วยซึ่งมีผู้นำทีมคือ “ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” จนร่างและออก พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกมาแล้วเสร็จ จึงมีการก่อตั้ง สำนักงาน ก.ล.ต.ตามกฎหมายที่ออกมา
ดังนั้น หลังจากทำงานที่ ธปท.ได้เพียง 2 ปี และมีสำนักงาน ก.ล.ต.ประกิดได้ถูกยืมตัวมาทำงานในช่วงเริ่มต้นก่อตั้งโดยเลือกว่าให้เวลาทำงาน 2-3 ปีที่ ก.ล.ต.จากนั้นสามารถเลือกตัดสินใจว่าจะทำงานอยู่ที่ ก.ล.ต.หรือกลับไป ธปท.
งานที่ ก.ล.ต.เข้ามาเป็นหัวหน้าหน่วยฝ่ายจดทะเบียนทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แกนนำหลักในยุคนั้นมี ศ.สังเวียน อินทรวิชัย เป็นผู้ของ ตลท. เมื่อผ่านการทำงานที่ ก.ล.ต.ไปจนครบเงื่อนไขเวลาที่ถูกยืมตัวพบว่าการทำงานที่ใหม่สนุกจึงตัดสินใจทำงานที่ ก.ล.ต.เรื่อยมา
นโยบายของ ก.ล.ต.ต้องการหมุนเวียนตำแหน่งงานเพื่อให้บุคลากรได้เรียนรู้งานหลายด้านตำแหน่งสุดของฝ่ายงานจดทะเบียนเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย ก่อนที่จะย้ายไปเป็นรองฝ่ายกำกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งมี “รพี สุจริตกุล” นั่งเป็นผู้อำนวยการฝ่าย จากนั้นก็ย้ายสลับงานอีกหลายฝ่ายรวมถึงได้กลับไปทำงานที่ฝ่ายงานจดทะเบียนที่เคยทำรวมถึงย้ายขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการฝ่ายงานที่ดูแลด้านงานฝั่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ด้วยมีส่วนผลักดันให้เกิดหลักเกณฑ์สำคัญ อาทิ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) รวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขาย (Sales Conduct)
สำหรับสายที่ ก.ล.ต.ที่ทำสนุกและหลากหลาย ฝั่งงานจดทะเบียนในตอนนั้นจะดูแลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นจุลภาคเพราะต้องดูแลเป็นรายบริษัทดูเรื่องการเปิดเผยข้อมูลว่าครบตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ ส่วนงานฝ่ายที่ดูแลบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จะดูเรื่องฐานะการเงินของ บล.ว่าสามารถดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ครบตามเกณฑ์ได้หรือไม่ รวมถึงการกำกับดูแลว่ามีการคุ้มครองผู้ลงทุนดีเพียงใด ให้คำแนะนำการลงทุนเหมาะสมถูกต้องหรือไม่ การตรวจสอบใบอนุญาตการประกอบธุรกิจต่างๆ
ฝ่ายงานด้าน บลจ.จะมีงานให้ทำมากโดยเฉพาะในฝั่งนโยบายเพราะต้องไปเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายและการออกกองทุนสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ต้องพิจารณาศึกษาถึงความเหมาะของผลิตภัณฑ์กองทุนว่า เฮดจ์ฟันด์ อนุพันธ์ สามารถลงทุนได้หรือไม่ รวมถึงจะอนุญาตให้กองทุนมาขายในประเทศไทยได้หรือไม่ เพราะถือว่ากระทบต่อภาพรวมการลงทุนสูงเนื่องจากมีฐานผู้ลงทุนขนาดใหญ่ที่ลงทุนผ่านหน่วยลงทุน
“การทำงานที่ ก.ล.ต.ช่วงแรกตื่นเต้นดี ช่วงเริ่มต้นมีคนทำงานเพียง 80 คนมาจากทั้ง ธปท. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มาทำงานร่วมกัน อาทิ มี คุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย เป็นอำนวยการฝ่ายจดทะเบียน คุณชาลี จันทนยิ่งยง ซึ่งผมก็มาทำงานเป็นหัวหน้า หน่วยฝ่ายจดทะเบียนมีลูกน้องที่ทำงานด้วยอีก 2-3 คน”
ในช่วงที่ทำงานที่ ธปท.ถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่ช่วยให้เข้าใจได้เรียนรู้ระบบโครงสร้างการทำงานชัดเจนขององค์กรใหญ่แต่เป็นการทำงานในระยะสั้น ส่วนการมาทำงานที่ ก.ล.ต.ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์การทำงานอย่างมากเพราะต้องเข้ามามีส่วนร่วมก่อตั้งสร้างองค์กรจึงมีงานให้ทำหลากหลายเกิดเป็นความสนุก ขณะที่ระบบงานส่วนใหญ่จะนำจากของ ธปท.มาปรับในการทำงาน อาทิ ระบบบันทึก ระบบการเสนองานเพราะบุคลากรส่วนใหญ่ของช่วงการร่วมก่อตั้ง ก.ล.ต.ส่วนใหญ่เป็นคนที่มาจาก ธปท.
การทำงานทุกครั้งจะทุ่มเทเต็มที่กับงานที่ได้รับผิดชอบถึงปัจจุบันทำงานที่ ก.ล.ต.มานานถึง 25 ปี โดยยึดหลักการทำงานว่าต้องทำให้ดีที่สุดและใช้ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่ของทุกชิ้นงานที่ทำ รวมถึงต้องทำด้วนความซื่อสัตย์และบริสุทธิ์ใจ ดังนั้นจึงไม่ต้องไปกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นจึงทำให้ไม่มีความเครียดในการทำงาน และต้องมาเสียใจภายหลังว่าทำไมไม่ทำในสิ่งที่คิดไว้
“หากเราทำหน้าที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่มีนอกมีในไม่ต้องกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่จะเครียดหากมีความคิดว่ามีบางเรื่องที่ไม่ถูกต้องแต่เราไม่ได้แสดงความเห็นออกไปสิ่งนี้มากกว่าที่จะทำให้เครียดซึ่งถ้าเราพยายามอธิบายเต็มที่แล้วเมื่อมีความเห็นของคนอื่นที่แตกต่างก็ยอมรับเพราะเราได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้ว”
ประกิด เล่าว่า การทำงานที่ ก.ล.ต. ต้องมีการกำกับดูแลให้เกิดความถูกต้องแม้ว่าอาจจะกระทบต่อผู้เสียประโยชน์ แต่มีข้อดีเพราะการทำงานที่ ก.ล.ต.คือเจ้านายจะเป็นเกราะคุ้มครองในการทำงานให้กับตัวเองตั้งแต่ช่วงแรกการทำงานให้ทำงานตามหน้าที่ ถูกหล่อหลอมเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจนสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ
นอกจากนี้ การทำงานร่วมกับผู้ใหญ่หลายคนที่เก่งในการบริหารการทำงาน จะพบสไตล์ที่แตกต่างสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานของตัวเอง อาทิ “ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” จะเป็นคนใจเย็นมีความสุขุมและให้เกียรติคน รวมถึงอธิบายถ่ายทอดข้อมูลที่ต้องการสื่อสารได้เก่ง ลูกน้องเคารพรัก “ชาลี จันทนยิ่งยง” เป็นคนใจเย็นมีความสนิทสนมเป็นกันเองกับลูกน้อง ด้าน “รพี สุจริตกุล” ถือว่าเป็นคนที่ทุ่มเทการทำงานอย่างหนัก สามารถมองเรื่องต่างๆ ได้ขาด และกล้าตัดสินใจ







