
ศูนย์ราชการลดราคาอาหาร 5 บาท ทางแก้ที่ถูกจุดจริงหรือ??
โหมโรงขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วกับราคาอาหารภายในบริเวณศูนย์อาหารของศูนย์ราชการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ลดลงมา 5 บาท ตามคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีออกโรงโวยวายว่าได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการที่ศูนย์ราชการว่าราคาค่าอาหารแพงเหลือหลาย
เมื่อนายกฯ ออกมาพูดอย่างนี้ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะกำกับดูแลราคาสินค้าก็ต้องออกมาเต้นแก้ไขปัญหานี้ทันที โดยสั่งให้ร้านอาหารในศูนย์ราชการลดราคาลง เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และสอดรับกับเงินเดือนข้าราชการที่ได้รับอัตราเงินเดือนต่ำกว่าภาคเอกชน
แต่การลดราคานั้นเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะจากการสำรวจราคาอาหารของร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวภายในศูนย์อาหาร ฯลฯ เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่างปรับลดราคาเฉลี่ยจานละ 5 บาท โดยแต่ละร้านจะเลือกการปรับลดราคาอาหารบางรายการมากกว่ายินยอมปรับลดทุกรายการ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้บริหารศูนย์อาหารได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ช่วยลดราคาค่าอาหารตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์
พนักงานร้านอาหารอิสลามร้านหนึ่ง บอกว่า ร้านได้ปรับลดราคาเมนูอาหารลงจำนวน 5รายการ จากทั้งหมด 7 รายการ เฉลี่ยเมนูละ 5 บาท เช่น สลัดแขก จากเดิมราคา 30 บาท เหลือ 25 บาท ข้าวอบไก่ จากเดิมราคาจานละ 35 บาท เหลือ 30 บาท แต่บางเมนูไม่สามารถปรับลดราคาได้ เช่น ข้าวอบเนื้อแดง เพราะต้นทุนสูง และยืนยันว่าราคาอาหารในศูนย์อาหารนี้ไม่ได้สูงเกินจริง แต่เป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับต้นทุน เนื่องจากการบริการภายในบริเวณศูนย์มีมาตรฐานต่างๆ เทียบเท่าฟู้ดคอร์ตในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า
“
ราคาที่ขายนี้เป็นราคาเดียวกับสาขาที่ร้านได้ตั้งขายบริเวณริมฟุตปาท ลูกค้าที่มาใช้บริการไม่ได้บ่นว่าแพง เพราะรู้ว่าทางร้านได้เลือกวัตถุดีมาปรุงอาหาร”เช่นเดียวกับร้านข้าวมันไก่พนัส บอกว่า การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นในครั้งนี้ รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด มุ่งแต่จะให้ความช่วยเหลือข้าราชการเท่านั้น โดยไม่ลงไปศึกษารายละเอียดและภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในประเทศขณะนี้ว่าระบบเศรษฐกิจไม่ได้ดีอย่างที่รัฐบาลเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องของวัตถุดิบในการผลิตอาหารได้ปรับราคาสูงขึ้นทุกรายการ เช่น ข้าวหอมมะลิคัดพิเศษอย่างดี เมื่อปี 2551 ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นกิโลกรัมละ 3540 บาท และไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงมาตามที่ภาครัฐควบคุมราคา ความเดือดร้อนจึงตกมาที่ผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม การลดราคาในครั้งนี้ย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์ ซึ่งจากเดิมให้บริการราคาที่คิดจากต้นทุนจริง เพราะภายในศูนย์ได้ดูแลด้านการบริการ เช่น บริการน้ำดื่มฟรี ความสะดวกสบายในการใช้บริการ และการลดราคาลงในครั้งนี้ร้านค้าเชื่อว่าไม่ได้ทำให้มีผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เพราะมีจำนวนประชากรที่จำกัดอยู่เท่าเดิม ซึงขณะนี้ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะกระทบต่อยอดราย รายได้ หรือกำไรมากน้อยเพียงใด เพราะยังเป็นวันแรกที่เพิ่งจะปรับลดราคาลงมา
“
ในช่วงนี้ร้านจะยอมตัดใจให้ของไม่พอขายมากกว่าที่จะยอมให้ของเหลือ เพราะต้นทุนการผลิตสูงมาก อาหารที่ปรุงให้ลูกค้าต้องสดใหม่เสมอ จึงจำเป็นต้องคำนวณปริมาณของให้พอเหมาะ แม้ว่าศูนย์อาหารนี้จะปิดให้บริการ 4 โมงเย็น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะมีคนมาใช้บริการ และช่วงนี้ 2 โมงเย็นคนก็หายเกลี้ยงแล้วเราต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขเรื่องปากท้องของประชาชนแบบเป็นระบบ มากกว่าตัดตอนแก้ไขปัญหาในลักษณะนี้ เพราะมีผู้ได้รับผลประโยชน์และผู้เสียผลประโยชน์ไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งในอนาคตอาจทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารบริเวณศูนย์ราชการขาดทุน”แต่ในมุมมองของข้าราชการที่มาใช้บริการภายในศูนย์อาหารบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นเรื่องดีที่ผู้ประกอบการปรับลดราคาลง เพราะราคาอาหารที่ศูนย์จะเริ่มต้นเฉลี่ยที่ 3035 บาทต่อจาน และข้าราชการไม่มีทางเลือกไปรับประทานในโซนอื่น เพราะต้องเดินทางไกล การใช้บริการภายในศูนย์อาหารจึงสะดวกที่สุด และไม่มีทางเลือกว่าร้านค้าจะขายถูกหรือแพง
ด้านราคาน้ำดื่มในศูนย์ราชการ พบว่าได้จำหน่ายเฉพาะเครื่องดื่มน้ำชาดำเย็น ชาเย็น เก๊กฮวย ฯลฯ ในราคา 15 บาท น้ำอัดลมกระป๋อง ชาลิปตันในราคาปกติ ขณะที่น้ำดื่มมีให้บริการฟรี โดยพนักงานจำหน่ายคูปองภายในศูนย์อาหารยืนยันว่า ผู้มาใช้บริการเฉลี่ยใช้จ่ายคนละ 50 บาท ขณะที่ราคาอาหารเริ่มต้น 2560 บาท
นอกจากนี้ จากการสำรวจศูนย์อาหารบริเวณห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน พบว่าขณะนี้ทางศูนย์อาหารไม่มีการปรับลดราคาเมนูอาหารลงแต่อย่างใด แต่ใช้กลยุทธ์การจัดโปรโมชันรายเดือนในแต่ละเดือนแทน โดยหมุนเวียนร้านอาหารเข้าในโครงการธงฟ้าราคาประหยัดของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในเดือนนี้ร้านธงฟ้าเป็นคิวของร้านราดหน้า จึงได้ปรับลดราคาเมนูละ 25 บาท จากเดิมจำหน่ายจานละ 45 บาท โดยโปรโมชันนี้จะหมดเขตในวันที่ 15 ก.ย.นี้ และจะเป็นคิวร้านค้าต่อไป เป็นร้านข้าวต้มทิพรส จำหน่ายข้าวต้ม พร้อมกับข้าว 1 อย่าง ราคาเริ่มต้นที่ 25 บาท
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีเมนูแนะนำราคาพิเศษ แต่จะติดป้ายบอกลูกค้าเพิ่ม 5 บาท ในกรณีที่ซื้อใส่ถุง ใส่กล่องกลับไปรับประทานที่บ้าน ในส่วนของน้ำดื่มทางเดอะมอลล์ได้ปรับการจำหน่ายน้ำดื่ม โดยนำน้ำแร่มิเนเร่ ราคาจำหน่ายขวดละ 15 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา แทนการจำหน่ายน้ำดื่มทั่วไปที่เดอะมอลล์เคยจำหน่ายในราคา 10 บาท แถมน้ำแข็งเปล่า 2 แก้ว ขณะที่ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้ควบคุมราคาไม่เกินขวดละ 67 บาท







