posttoday
เตรียมใช้ระดับฝีมือแรงงานกำหนดอัตราค่าจ้าง

เตรียมใช้ระดับฝีมือแรงงานกำหนดอัตราค่าจ้าง

06 กันยายน 2553

เอกชนแบ่งระดับฝีมือแรงงาน 4 ระดับเพื่อกำหนดมาตรฐานค่าจ้างตามความสามารถ คาดพร้อมใช้กับภาคอุตสาหกรรมต้นปี2554

เอกชนแบ่งระดับฝีมือแรงงาน 4 ระดับเพื่อกำหนดมาตรฐานค่าจ้างตามความสามารถ คาดพร้อมใช้กับภาคอุตสาหกรรมต้นปี2554

นายสมพงศ์ นครศรี รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการกำหนดคุณวุฒิวิชาชีพของแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ขณะนี้คณะทำงานฯ ได้ดำเนินการศึกษาการปรับค่าจ้างแรงงานตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานในการรับคนเข้าสู่ตำแหน่งงาน และการให้ค่าจ้างแก่แรงงานตามประสิทธิภาพการทำงาน

ทั้งนี้เบื้องต้นในภาคอุตสาหกรรมจะกำหนดไว้ที่ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 มีทักษะพื้นฐาน ระดับ 2 มีทักษะเฉพาะทางง่ายๆ อย่างเดียวไม่ต้องใช้ความรู้มาก ระดับ 3 ทำงานประจำง่ายๆ และงานไม่ประจำบ้าง เป็นหัวหน้างานได้ ระดับ 4 ทำงานประจำและไม่ประจำมากขึ้น ใช้ความรู้ทักษะมากขึ้น ทำงานเป็นทีม พัฒนาตนเองได้ เป็นผู้บริหารระดับล่าง เป็นนักเทคนิค 

แต่ละอุตสาหกรรมจะเป็นผู้พิจารณากำหนดกรอบคุณวุฒิเอง ซึ่งอาจจะแบ่งเป็น 4 ระดับ หรือมากกว่าตามความเหมาะสม โดยแต่ละระดับจะใช้เวลาในการเลื่อนขั้นประมาณ 3-5 ปี ซึ่งการกำหนดดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานฝีมือแรงงานอุตสาหกรรม และจะให้อุตสาหกรรมประมาณ 8-9 อุตสาหกรรมเป็นผู้นำร่องก่อน เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ อาหาร ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ก่อสร้าง เป็นต้น โดยแรงงานจะต้องผ่านขั้นตอนการฝึกอบรม ที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการเอง ในการวัดระดับฝีมือแรงงานว่าอยู่ในระดับไหน

ในช่วงเดือนต.ค.นี้ จะมีการจัดสัมมนากับอุตสาหกรรมต่างๆ และสมาคมการค้า เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการถึงความเหมาะสม และรายละเอียดต่างๆ พร้อมเสนอกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ และให้รับไปพิจารณากำหนดงานและอัตราเงินเดือน

“หากนำกรอบดังกล่าวมาใช้ ค่าแรงขั้นต่ำก็ไม่มีความสำคัญ เพราะการพิจารณาค่าจ้างจะมาจากความสามารถของแรงงานมากกว่า การคำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำ โดยกรอบการดำเนินงานดังกล่าวน่าจะแล้วเสร็จและนำมาปฏิบัติได้ภายในปีหน้า” นายสมพงษ์ กล่าว

สำหรับแนวคิดการปรับค่าแรงขั้นต่ำให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 250 บาทต่อวันนั้นก็ถือเป็นแนวคิดที่ดีในแง่การกระจายรายได้ แต่ก็ควรจะนำไปผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้าง (คระกรรมการไตรภาคี) ด้วย

ด้านนายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในระยะต่อไปการพิจารณาค่าจ้างแรงงานควรพิจารณาจากทักษะของคนงาน ถ้าความสามารถในการทำงานดีค่าแรงก็มาก ไม่ควรพูดถึงค่าแรงขึ้นต่ำแล้ว ซึ่งการวางกรอบการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการช่วยเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีด้านแรงงานภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ด้วย

"ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว ในการกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานและระดับฝีมือแรงงานภายในอาเซียน เพื่อเป็นมาตรฐานรวมของอาเซียน และลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงาน"นายดุสิตกล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน