
JASขายทรัพย์สิน
บอร์ดจัสมินขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงให้กองทุน JASIF 5.5 หมื่นล้าน ของทริปเปิลที บรอดแบนด์ บลจ.บัวหลวง ผู้จัดการกองทุนหวังเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วย JAS ลงทุน 1,650 ล้าน
บอร์ดจัสมินขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงให้กองทุน JASIF 5.5 หมื่นล้าน ของทริปเปิลที บรอดแบนด์ บลจ.บัวหลวง ผู้จัดการกองทุนหวังเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วย JAS ลงทุน 1,650 ล้าน
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทมีมติอนุมัติขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มจำนวนไม่เกิน 9.8 แสนคอร์กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ของบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ขณะที่ JAS จะจองซื้อหน่วยลงทุน 33.33% หรือเป็นเงิน 1,650 ล้านบาท
นอกจากนี้ อนุมัติเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของ TTTBB โดยการเช่าเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มจากกองทุนในรูปแบบของสัญญาเช่าหลักสัดส่วน 80% ของทรัพย์สินส่วนเพิ่มทั้งหมดที่กองทุนได้รับมอบแล้ว เพื่อใช้ทรัพย์สินส่วนเพิ่มดังกล่าวในการประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต่อไป ระยะเวลาเช่าประมาณ 12 ปี และโดยการรับประกันรายได้ค่าเช่าทรัพย์สินส่วนเพิ่มให้แก่กองทุนในรูปแบบของสัญญารับประกันรายได้ค่าเช่าสัดส่วน 20% ของทรัพย์สินส่วนเพิ่มทั้งหมดที่กองทุนได้รับมอบแล้ว มีระยะเวลา 3 ปี กองทุนมีสิทธิต่ออายุสัญญาประกันรายได้ค่าเช่า โดยต่ออายุครั้งละ 3 ปี จนกว่าจะครบกำหนดอายุสัญญาเช่าหลัก
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันระยะเวลาการเช่าของสัญญาเช่าหลักอยู่ในระหว่างการเจรจากับกองทุน ซึ่งเป็นไปได้ว่ากองทุนและ TTTBB อาจต้องทำสัญญาเช่าหลักจนกระทั่งถึงวันที่ 29 ม.ค. 2575 ซึ่งเป็นระยะเวลาสิ้นสุดอายุของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ของ TTTBB ที่ได้มีการต่อขยายออกไปซึ่งประมาณ 15 ปี นับจากปัจจุบัน
นายสุทธิพงศ์ พัวพันธ์ประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง ในฐานะผูู้บริหารกองทุน JASIF เปิดเผยว่า การขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มและการเช่าทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงส่วนเพิ่มดังกล่าวกับกองทุนนั้น บลจ.บวหลวง มีความเห็นเบื้องต้นว่า การลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของกองทุน ซ่ึ่งเน้นการลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนเพื่อเป็นรายได้ให้แก่กองทุน เพื่อให้สามารถจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ในระยะยาว ทั้งนี้จะนำเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานพิจารณาอนุมัติวันที่ 9 มี.ค.นี้







