posttoday
‘ไปรษณีย์ไทย’ นำนวัตกรรมบริการสู่ 4.0

‘ไปรษณีย์ไทย’ นำนวัตกรรมบริการสู่ 4.0

16 กุมภาพันธ์ 2560

“ไปรษณีย์ไทย” องค์กรรัฐวิสาหกิจของไทย ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

“ไปรษณีย์ไทย” องค์กรรัฐวิสาหกิจของไทย ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และรับมือกับดิจิทัลที่เข้ามาได้อย่างดี อีกทั้งยังเตรียมแผนนำองค์กรเข้าสู่ดิจิทัลไว้แล้ว

“สมร เทิดธรรมพิบูล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทเตรียมงบประมาณลงทุนไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาท สำหรับการปรับระบบของไปรษณีย์ไทยให้เข้าสู่ดิจิทัล และการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (อินฟราสตรักเจอร์) ทั้งปรับปรุงที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศจำนวน 1,274 แห่ง เคาน์เตอร์ให้บริการ ระบบการให้บริการ ระบบการจ่ายเงิน (อี-เพย์เมนต์) ไปจนถึงการบริหารจัดการภายใน

สำหรับบริการและนวัตกรรมที่จะเตรียมไว้บริการแก่ลูกค้า ทั้งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว มีทั้ง พร้อมโพสต์ (Prompt Post) ที่ได้จัดทำแอพพลิเคชั่นระบบฝากส่งสิ่งของล่วงหน้า ส่งผลให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น

พรีโหลด (Pre Load) บริการเตรียมการฝากส่งทางอินเทอร์เน็ตสำหรับกลุ่มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และกล่องพร้อมส่ง กล่องเหมาจ่ายสุดสะดวก ทำให้ลูกค้าประหยัดเวลามากที่สุด รวมถึงการพัฒนาระบบทั้งเครื่องเอพีเอ็ม (Automatic Post Machine) เป็นให้บริการรับฝากอัตโนมัติ และเซมเดย์โพสต์ (Same Day Post) บริการรับ-ส่งสิ่งของ/สินค้าด่วน ที่มีถึงกันในพื้นที่กรุงเทพฯ ภายในวันเดียว สำหรับกลุ่มลูกค้าอี-คอมเมิร์ซ

เมสเซนเจอร์โพสต์ (Messenger Post) บริการส่งเอกสารหรือสิ่งของเร่งด่วน และรับสินค้าเพื่อฝากส่งเข้าสู่เส้นทางไปรษณีย์ โดยหากต้องการรับสิ่งของแบบเร่งด่วน ก็สามารถใช้บริการไอบ็อกซ์ (iBox) ตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะ รับพัสดุแบบสะดวก ด้วยการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทย หรือการรับสิ่งของ ณ จุดนำจ่ายที่อยู่ใกล้บ้านซึ่งได้ตกลงไว้

ทั้งนี้ บริการกล่องพร้อมส่งได้เปิดให้บริการใน 47 สาขาทั่วประเทศแล้ว คาดว่าในปี 2560 จะพร้อมเปิดให้บริการได้ทั่วประเทศ เหมือนกับบริการพร้อมโพสต์ ที่จะเปิดให้บริการทั่วประเทศภายในปีนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบอี-เพย์เมนต์ จะเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในกลุ่มอี-คอมเมิร์ซ และไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ทำการไปรษณีย์ อีกทั้งระบบก็ทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลถูกต้อง แม่นยำ และตรงตามเวลา รวมถึงการมีเครื่องมือแฮนด์เฮลให้แก่บุรุษไปรษณีย์ ใช้บันทึกข้อมูล และรายงานสถานะการให้บริการ การจัดส่งต่างๆ ได้อย่างเรียลไทม์มากที่สุด

“สมร” กล่าวต่อว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร ซึ่งได้มุ่งใช้ระบบดาต้าอนาไลติกส์ (Data Analytics) ในการจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ประเมินผลข้อมูลในด้านต่างๆ ส่งผลให้องค์กรประเมินและให้บริการได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการพัฒนาระบบการสื่อสารภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพและเป็นผลดีต่อพนักงานในองค์กร

อีกสิ่งสำคัญและเป็นนโยบายที่องค์กรให้ความสำคัญตลอดมา คือ การให้บริการแก่ลูกค้าผ่านพนักงานไปรษณีย์ทั่วประเทศ ได้มุ่งเน้นแก่พนักงานทุกคน ต้องมีจิตใจพร้อมให้บริการอย่างสูงสุด พนักงานต้องมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน ทุกคนต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี และการเป็นองค์กรที่โปร่งใสตลอดมา

“สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีการประเมินผลคะแนนในเรื่องคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ ประจำปีงบ 2559 โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย อยู่ในอันดับ 3 จากหน่วยงานที่มีการประเมินจำนวน 115 แห่งทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าองค์กรมุ่งเน้นสู่การดำเนินงานที่โปร่งใส มีคุณธรรม และต่อต้านคอร์รัปชั่น” สมร กล่าว

ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คนในประเทศไทยส่งจดหมายลดลง แต่ทั้งนี้ยอดการส่งเอกสารและยอดระบบการชำระเงิน ทำธุรกรรม ใบแจ้งหนี้ (บิลลิ่ง) กลับไม่ได้ลดลงเหมือนกันการส่งจดหมาย และมีทิศทางที่ทรงตัว ซึ่งสอดคล้องกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ได้ปรับตัวพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตามแนวโน้มตลาดการส่งเอกสารและจดหมายที่เปลี่ยนแปลงไป มุ่งพัฒนาบริการและเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ

หากประเมินตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ใช้เทคโนโลยีสูงสุดในโลกอย่างประเทศฟินแลนด์ การส่งจดหมายและเอกสารในประเทศยังมีสัดส่วน 30-50% ไม่ได้ลดลง รวมถึงประเทศสหรัฐ และประเทศออสเตรเลีย การจัดส่งเอกสารก็ไม่ได้ลดลงหรือหายไปจากตลาด แม้ว่าจะมีดิจิทัลเข้ามามากขึ้นแล้วก็ตาม

ภาพรวมองค์กรที่ผ่านมา รายได้จะมาจาก 5 กลุ่มหลัก ทั้งธุรกิจบริการไปรษณียภัณฑ์ในสัดส่วน 37% ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์สัดส่วน 42% ธุรกิจบริการระหว่างประเทศ 14% ส่วนที่เหลือจะเป็นค้าปลีก บริการทางการเงินและการให้บริการแก่ชุมชนต่างๆ และกลุ่มที่ 5 จะเป็นบริการแบบใหม่แก่ลูกค้า

ในปี 2561 องค์กรได้เตรียมแผนลงทุนและงบประมาณไว้ประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการปรับระบบเข้าสู่ดิจิทัล และการพัฒนาบริการเสริม รวมทั้งทำให้องค์กรสามารถให้บริการที่ดีสุดแก่ลูกค้าได้ และทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น

“องค์กรเราเคยมีคำพูดที่บอกว่า เมื่อเราแปรสภาพจาก กสท จะไปต่อได้ไหม แต่ไปรษณีย์ไทยมีความพิเศษ มีความโปร่งใส ทุกคนช่วยกันทำงาน และทำทุกอย่าง ให้บริการต่างๆ เสริมบริการมากมาย ทำให้องค์กรเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ เรามีมาตรฐาน มีคุณธรรม ผลักดันให้องค์กรโตอย่างยั่งยืน มั่นคง แข่งขันกับต่างประเทศได้” สมร กล่าว

จากการที่องค์กรปรับตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2559 มีรายได้รวม 2.5 หมื่นล้านบาท และมีกำไรรวมประมาณ 3,500 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 คาดว่าจะมีรายได้รวม 2.6 หมื่นล้านบาท และมีกำไรไม่ต่ำกว่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งในปี 2559 มีกำไรในระดับสูง เพราะมีรายได้พิเศษหลายด้าน ทั้งจากการส่งไปรษณีย์การแข่งขันฟุตบอลยูโร และรายได้พิเศษอื่นๆ

“สมร” กล่าวทิ้งท้ายว่า “ไปรษณีย์ไทย” มีความพร้อมนำพาองค์กรเข้าสู่การแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสริมด้วยบริการที่ดี มีนวัตกรรม และความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีแก่ลูกค้า เพื่อนำองค์กรก้าวสู่ไปรษณีย์ไทย 4.0

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน