
ธปท.เข้าดูแลสกัดค่าเงินบาทแข็ง
ธปท.แทรกแซงค่าเงินบาทดันทุนสำรองพุ่ง 7 หมื่นล้านใน 1 สัปดาห์
ธปท.แทรกแซงค่าเงินบาทดันทุนสำรองพุ่ง 7 หมื่นล้านใน 1 สัปดาห์
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เห็นสัญญาณธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าดูแลค่าเงินบาทในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 7 หมื่นล้านบาท หลังจากเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หาก ธปท.ไม่ดูแลค่าเงินบาทอาจแข็งค่ามากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และจะกระทบกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและนำเข้า
“ธปท.ทยอยเข้าดูแลค่าเงินอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยเฉพาะหลังจากทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ทำให้ตลาดเงินผันผวนสังเกตได้ว่าจะพยายามดูแลให้เงินบาทอยู่ในช่วง 35-36 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ประกอบการระบุว่าแข่งขันได้” นายกอบสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เงินบาทที่แข็งค่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนทะลุ 35 บาท/เหรียญสหรัฐไปแล้ว มองว่าเกิดจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นหลัก ส่วนเงินทุนไหลเข้าขณะนี้มีน้อยทั้งตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น
อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่าระยะสั้นและจะไม่แข็งค่ามากเกิน 34.50 บาท เนื่องจากในบัญชีเอฟซีดีนั้นส่วนใหญ่มีต้นทุน 34.40 บาท/เหรียญสหรัฐ หากเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นถึงระดับหนึ่งจะมีการรีบขายเงินเหรียญสหรัฐในบัญชีเอฟซีดีออกเพื่อทำกำไร ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าโดยปริยาย ปัจจุบันมีดุลบัญชีเดินสะพัดสะสมในรูปเอฟซีดีประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท
นายกอบสิทธิ์ กล่าวว่า ประเทศไทย อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินผ่านการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหลัก เพราะโครงสร้างของประเทศเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในระดับสูงเหมือนกัน จำเป็นต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการการค้าระหว่างประเทศที่มีสัดส่วนสูงกว่า 60% ของจีดีพี
อย่างไรก็ดี การที่ ธปท.เข้าแทรกแซงตลาดเป็นดาบสองคม อาจทำให้ผู้ประกอบการไม่ยอมปรับตัวและไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินในภาวะที่ตลาดโลกผันผวน เพราะเชื่อว่า ธปท.จะเข้ามาดูแล ทั้งที่เบี้ยประกันต่ำไม่เกิน 5%
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นไม่ได้เป็นความผิดปกติอะไร ยังอยู่ในทิศทางเดียวกับภูมิภาค โดย ธปท.จะเข้าดูแลเฉพาะช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงที่มากเกินพอดีเท่านั้น ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดไทยในปีนี้ที่คาดว่าจะเกินดุลลดลงนั้น น่าจะช่วยให้การเคลื่อนไหวของเงินบาทสมดุลมากขึ้น
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ระบุว่า ขณะนี้การส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น หากเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไปอาจทำให้การส่งออกชะงักได้และมีผลต่อการท่องเที่ยวด้วย







