posttoday
หวั่นนโยบายทรัมป์ กระทบส่งออกชิ้นส่วนรถ

หวั่นนโยบายทรัมป์ กระทบส่งออกชิ้นส่วนรถ

14 กุมภาพันธ์ 2560

นโยบายของ "ทรัมป์" ในการให้ค่ายรถยนต์เพิ่มการลงทุนและสร้างงานในสหรัฐมากขึ้น อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมรถยนต์

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการให้ค่ายรถยนต์เพิ่มการลงทุนและสร้างงานในสหรัฐมากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินว่า ความต้องการของสหรัฐที่จะให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเพิ่มการลงทุนและสร้างงานในสหรัฐมากขึ้น เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาค่ายรถสัญชาติต่างๆ ลงทุนและสร้างฐานการผลิตรถยนต์ในเม็กซิโกที่ได้เปรียบเรื่องต้นทุนเมื่อเทียบกับสหรัฐ เพื่อผลิตรถยนต์ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐภายใต้กรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) ที่ได้รับสิทธิปลอดภาษีอากร ทำให้เกิดการปิดโรงงานและปลดคนงานในสหรัฐ ส่งผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐมีแนวนโยบายผลักดันให้ค่ายรถต่างๆ รวมถึงค่ายรถญี่ปุ่น หันมาเพิ่มการลงทุนและสร้างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศที่จะดำเนินการเจรจาแก้ไขข้อตกลงนาฟต้า ซึ่งที่ผ่านมาเม็กซิโกได้ประโยชน์จากการที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ ไปลงทุนผลิตและส่งออกมายังสหรัฐ โดยคิดเป็นมูลค่าราว 80% ของมูลค่าการส่งออกรถยนต์ทั้งหมดของเม็กซิโกในปี 2558 โดยมองว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจจะยกเลิกข้อตกลงนาฟต้า และหันมาเจรจาแบบทวิภาคีกับเม็กซิโกในระยะข้างหน้า ซึ่งการย้ายฐานการผลิตรถยนต์ขนาดเครื่องยนต์เล็กจากเม็กซิโกกลับไปยังสหรัฐจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น คงต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการกีดกันทางการค้าและส่งเสริมการลงทุนของสหรัฐในระยะข้างหน้าว่าส่งผลต่อต้นทุนของค่ายรถยนต์มากน้อยอย่างไร

ด้านผลกระทบต่อไทยในกรณีที่เม็กซิโกอาจสูญเสียความเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปสหรัฐ ประเมินว่า น่าจะอยู่ในวงจำกัด จากห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ในทวีปอเมริกาค่อนข้างจะแยกออกจากห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกชิ้นส่วนของไทยไปยังเม็กซิโกมีเพียงราว 2% ของมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยทั้งหมดในแต่ละปี

สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยจากการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นต้องย้ายการผลิตรถยนต์บางรุ่นจากญี่ปุ่นไปสหรัฐ อาจเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นอาจเลือกผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ในญี่ปุ่นแทนประเทศอื่น อาจส่งผลต่อการส่งออกของไทยที่ปัจจุบันมีการส่งออกชิ้นส่วนไปญี่ปุ่น 12% ของมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนทั้งหมดของไทย

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ในไทยต่างให้ความเห็นต่อนโยบายของทรัมป์ ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าอาจจะไม่ได้ผลกระทบโดยตรง แต่ก็เป็นไปได้ที่จะได้รับผลกระทบในทางอ้อม อย่างเช่น เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่มองว่า ที่ต้องจับตา คือ ผลกระทบระหว่างประเทศสหรัฐกับประเทศจีน เพราะหากจีนได้รับผลกระทบจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหารบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฐานการผลิตมาสด้าในประเทศ ไทยไม่มีผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว เนื่องจากผลิตเพื่อรองรับตลาดในภูมิภาคอาเซียนและแถบทวีปเอเชียเป็นหลัก โดยบริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่นมีการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ที่มีฐานการผลิตกระจายอยู่ทั่วโลก

คงต้องจับตาดูกันต่อว่านโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลกระทบจริงๆ มากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน