
ไทย-มาเลย์ฉุดอาเซียน
เอชเอสบีซีหวั่นจีดีพีอาเซียนโตต่ำสุดรอบ 7 ปี ชี้ไทย-มาเลย์ฉุดภูมิภาคอุปสงค์ต่ำ-หนี้ครัวเรือนพุ่ง
เอชเอสบีซีหวั่นจีดีพีอาเซียนโตต่ำสุดรอบ 7 ปี ชี้ไทย-มาเลย์ฉุดภูมิภาคอุปสงค์ต่ำ-หนี้ครัวเรือนพุ่ง
น.ส.ซูเซียนลิม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารเอชเอสบีซี (เอชเอสบีซี) เปิดเผยว่า อัตราเติบเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของภูมิภาคอาเซียนปี 2560 คาดจะขยายตัวเพียง 4.4% และเพิ่มเป็น 4.5% ในปี 2561 ซึ่งเป็นอัตราเติบโตช้าที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2552 เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเอเชียที่ในช่วง 2 ปีข้างหน้าจะขยายตัวต่ำกว่า 4.9%
อย่างไรก็ตาม จีดีพีประเทศสิงคโปร์ปีนี้มีแนวโน้มเติบโตต่ำสุดในภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ 1.2% ส่วนประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 3-5% ในปีนี้ แต่จะได้ปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของจีดีพีเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่ 6.4% และ 6.5% ตามลำดับ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่จีดีพีในปีก่อนขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี
ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณความต้องการบริโภคสินค้า (ดีมานด์) ในอาเซียนจะขยายตัวลดลงเหลือ 3.9% ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนที่ขยายตัวราว 4.4% โดยเฉพาะประเทศไทยอุปสงค์จะเติบโตลดลงมาอยู่ที่ 2.4% ในปีนี้ เนื่องจากกรอบการใช้จ่ายเข้าสู่ระดับปกติหลังจากที่ขยายตัวสูงจากฐานต่ำที่ 3.1% ในปี 2559 รวมถึงการเติบโตของค่าจ้างแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ
ขณะที่การบริโภคในประเทศมาเลเซียปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวถดถอยอยู่ที่ 3.7% จาก 5.6% ในปี 2559 โดยมีปัจจัยลบมาจากอัตราว่างงานที่ขยายตัวสูงขึ้น 3.6% และความอ่อนแอของค่าเงินริงกิต รวมถึงภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งหนี้ครัวเรือนของมาเลเซียคิดเป็น 90% ของจีดีพีเป็นระดับสูงที่สุดในอาเซียน นอกจากนี้หนี้ครัวเรือนของไทยและสิงคโปร์ยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นกันที่ 75% และ 80% ตามลำดับ
สำหรับมูลค่าการส่งออกของภูมิภาคอาเซียนจะขยายตัวกว่า 2 เท่าจากปีก่อน คาดอยู่ที่ 1.5% โดยเฉพาะในประเทศที่มีความคึกคักทางเศรษฐกิจ เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์ โดยทั้งสองประเทศนอกจากจะมีอัตราการขยายตัวของการบริโภคและการเติบโตของการลงทุนที่เร็วที่สุด ประกอบกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้เพิ่มเป้าหมายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นเป็น 5% ของจีดีพี
นอกจากนี้ มูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคเวียดนามจะขยายตัวขึ้น 6.4% มากกว่าปีก่อนอยู่ที่ 5.9%







