
‘กล้า’ แบบแอร์เอเชีย
หลายคนคงเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับไทยแอร์เอเชียว่าอะไรคือสูตรสำเร็จหรือแนวคิดที่ทำให้เราเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้
โดย...ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์
หลายคนคงเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับไทยแอร์เอเชียว่าอะไรคือสูตรสำเร็จหรือแนวคิดที่ทำให้เราเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ผมเองมักจะตอบคนที่ตั้งคำถามแนวนี้ รวมถึงเล่าให้พนักงานรุ่นใหม่ๆ ของเราฟังว่า เราไม่มีสูตรสำเร็จ และที่สำคัญเรายังไม่คิดว่าเราประสบความสำเร็จ เพราะเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล แต่ถ้าถามว่ามาถึงวันนี้ได้อย่างไร บอกได้เลยว่าเริ่มจาก “ความไม่รู้” ไม่รู้เลยไม่กลัว ไม่รู้เลยไม่มีกรอบมาครอบว่าเราต้องทำอะไร อย่างไร...แค่ลงมือและใจไปเลยแล้วค่อยว่ากันอีกที
เมื่อ 13 ปีที่แล้ว ในวันที่ “สายการบินราคาประหยัด” ยังถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับคนไทย เราไม่มีตัวอย่างให้ดู ไม่มีตำราเล่มไหนสอนว่าต้องบริหารรูปแบบใด เราจึงกล้าที่จะแตกต่าง และเลือกที่จะวิ่งแข่งกับตัวเองคว้าทุกโอกาสที่เข้ามาก่อนใคร เราเชื่อว่าความโชคดีจะเกิดขึ้นเมื่อเรามีความกล้าและความพร้อมที่จะกระโดดลงไปลองเล่นในทุกสนามแห่งโอกาส เราเชื่อว่าการลองผิดลองถูกคือการเรียนรู้ ทุกความผิดพลาดมีบทเรียนให้เราเติบโตและเข้มแข็งขึ้น และพาเราไปในจุดที่ดีกว่าเมื่อวานเสมอ
จากจุดเริ่มต้นการให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 2 ลำ และเพิ่มเป็นเครื่องบินใหม่แอร์บัส เอ320 จำนวน 51 ลำในปัจจุบัน มีเส้นทางครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศขนส่งผู้โดยสารตลอด 13 ปีไปแล้ว มากกว่า 94 ล้านคน การเติบโตเหล่านี้เป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของพนักงานภายในองค์กร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อการเติบโต ผมจึงให้ความสำคัญกับพนักงานมากๆ ห้องทำงานผมและผู้บริหารทุกคนไม่เคยมีกำแพงหรือประตูกั้น พนักงานไม่ว่าจะแผนกใด สามารถเข้ามาพูดคุยทักทาย บอกถึงปัญหาการทำงานได้เสมอ นี่คือวัฒนธรรมองค์กรแบบแอร์เอเชียขนานแท้ที่เราภูมิใจ
ในการประชุมแต่ละครั้งที่แอร์เอเชีย เราเปิดกว้างและต้อนรับ “ความแตกต่าง” ทางความคิด การโต้แย้งไม่ใช่ปัญหา แต่การคิดในแนวทางเดียวกันหมดทุกเรื่องกลับเป็นเรื่องที่ชวนคิดว่าเราจะเห็นมุมมองใหม่ๆ ได้อย่างไร แต่ทุกความแตกต่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน เอาผลประโยชน์ขององค์กรเป็นที่ตั้ง และสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งเรียนรู้ข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Open and candid)
โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมไม่ชอบการพูดคุยผ่านอีเมล หรือสังคมออนไลน์ หากผมต้องการคุยกับใคร จะเดินไปหาและพูดคุยกันเลยซึ่งประหยัดเวลา และสามารถพูดคุยกันได้โดยตรง เห็นสีหน้าท่าทาง จบเรื่องอย่างรวดเร็ว ไปทำเรื่องอื่นต่อได้อีกเยอะ ดังนั้นคนที่อยู่ในออฟฟิศก็จะเห็นผมเดินไปเดินมาตามแต่ละแผนกบ่อยๆ อยู่ตลอด หรือไม่ก็ยกหูโทรศัพท์เพราะมันสื่อสารกันได้ชัดเจนกว่า
สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการคิดและวัฒนธรรมแบบแอร์เอเชีย ที่ผมเชื่อว่าไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จ และก็อาจใช้ไม่ได้กับทุกองค์กร แต่มันคือฐานรากที่มั่นคงทำให้เราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ในเดือน ก.พ. 2560 นี้ ไทยแอร์เอเชียกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 แล้ว ผมว่าเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่น วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ มีความกระตือรือร้น ไฟแรงแต่ก็มีบ้างที่ซ่า หวือหวาตามวัย เเต่มองอีกมุมเราก็เป็นวัยรุ่นที่โตเกินวัย เพราะผ่านวิกฤตและประสบการณ์ต่างๆ มามากมายทุกรูปแบบ







