posttoday
ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ปีที่ก้าวสู่สากล

ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ปีที่ก้าวสู่สากล

06 กุมภาพันธ์ 2560

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) เพิ่งยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน (ไอพีโอ) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปีนี้โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหุ้นบริษัทนี้(มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

ทั้งที่ก่อนหน้านี้การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนไม่ได้อยู่ในแนวคิดของ นพ.บุญ

“ที่จริงไม่อยากเข้าตลาดหุ้นเพราะเป็นธุรกิจเพื่อสังคม แต่เวลาไปต่างประเทศ มีคนถามว่าเราจดทะเบียนใน SET หรือไม่ ถ้าเข้าจดทะเบียนบริษัทจะมีความเป็นสากลมากขึ้น และคิดว่าบริษัทควรจะมีความยั่งยืนบริหารโดยมืออาชีพ เพราะตามสถิติโอกาสที่บริษัทจะรอดไปจนถึงรุ่นหลานมีไม่ถึง 10%”

การเข้า SET ครั้งนี้เพื่อระดมทุนไปพัฒนาโครงการขนาดใหญ่คือ เมดิคัลซิตี้ รังสิต และโรงพยาบาลธนบุรี รังสิต ซึ่งจะใช้งบลงทุนรวมทั้งหมด 1.6 หมื่นล้านบาท อย่างน้อยใน 5 ปีข้างหน้าเชื่อว่า ธุรกิจการแพทย์จะยังโตกว่า 10% ตามความต้องการด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี และการพัฒนาเทคโนโลยีทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุที่จะช่วยให้ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น

โครงการที่รังสิตจะเป็นโครงการเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุแบบครบวงจร โดยบริษัทจะบริหารงานร่วมกับต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ แต่เงินทุนนั้นจะเป็นของ THG ทั้งหมด

“เราจะสร้างเมืองสุขภาพ 4 มุมเมือง โดยจะสร้างทีละมุม ที่รังสิตสร้างตั้งแต่ปี 2559 คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี และมุมต่อไปคือ สมุทรสาคร บางนาและธนบุรี โดยแต่ละแห่งใช้งบลงทุนประมาณแห่งละ 1.2 หมื่นล้านบาท”

นอกจากนี้มีแผนจะพัฒนาโรงพยาบาลธนบุรี 1 และ 2 เพิ่มเติม สำหรับโรงพยาบาลธนบุรี 1 จะใช้เงินลงทุน 2,000 ล้านบาท สร้างอาคารจอดรถ 400 คัน ขยายห้องพักผู้ป่วยนอก 60 ห้อง และในเฟสสุดท้ายจะสร้างห้องผู้ป่วยวีไอพี 80 ห้อง และเพิ่มห้องพักผู้ป่วยนอกอีก 50 ห้อง โดยจะยกระดับให้โรงพยาบาลธนบุรี 1 เป็นศูนย์โรคเฉพาะทาง

สำหรับโรงพยาบาลธนบุรี 2 จะพัฒนาเป็นศูนย์โรคทั่วไป โดยจะเพิ่มจำนวนเตียงจาก 150 เตียง เป็น 400 เตียง ภายใน 3 ปี และคาดว่าจะใช้งบลงทุน 700 ล้านบาท

นอกจากนั้น จะขยายการลงทุนไปจีน ที่เมืองเวยไห่ ให้บริการรักษาโรคทั่วไป และมีศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางและคลินิก 27 แห่ง ที่ถือหุ้น 60% รวมถึงการสร้างโรงพยาบาลที่ทันสมัยที่สุดที่เมียนมา ที่เข้าไปถือหุ้น 10% และมีสิทธิจะซื้อหุ้นเพิ่มจนถึง 60% ที่จะเริ่มเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2560

อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้เงินลงทุนสูงแต่จะรักษาไม่ให้หนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เกิน 3 เท่า โดยภายหลังการระดมทุนจะนำเงินไปใช้หนี้สินเพื่อรักษาดี/อี ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ผลประกอบการของ THG ปี 2556-2558 และ 9 เดือนแรกของปี 2559 มีกำไรสุทธิ 331 ล้านบาท 559 ล้านบาท 582 ล้านบาท และ 262 ล้านบาท ตามลำดับ จากรายได้ 5,120 ล้านบาท 5,514 ล้านบาท 5,786 ล้านบาท และ 3,014 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้ 83% มาจากกิจการโรงพยาบาลและที่เหลือมาจากรายได้จากการให้บริการอื่น

นพ.บุญ กล่าวว่า โรงพยาบาลหลายแห่งมุ่งจะขยายงานเพื่อเป็นบริการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ แต่ THG จากนี้ไปจะมุ่งเน้นรับบริหารโรงพยาบาลทั้งในและนอกประเทศ โดยในประเทศจะรับบริหารโรงพยาบาลรัฐที่มีอยู่ทั้งหมด 900 โรง แต่การบริหารจัดการขาดทุนถึง 550 โรง และเน้นรับบริหารโรงพยาบาลต่างประเทศโดยที่จะเน้นขยายไปเมียนมา เวียดนาม จีน และตะวันออกกลาง

“โรงพยาบาลรัฐที่อยู่ได้ด้วยตัวเองมีไม่ถึงครึ่ง ต้องมีการเพิ่มคน เครื่องมือที่ทำไม่ได้ เรารวมเอาต์ซอร์สไว้ทั้งหมด ทั้งเรื่องคนและเทคโนโลยี เรามีศูนย์วิจัย 4-5 แห่ง ที่สามารถให้โรงพยาบาลรัฐเข้ามาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายได้”

นพ.บุญ ตั้งเป้าภายใน 2 ปี รายได้จากการให้บริการอื่นจะเพิ่มเป็น 40-50% และ 5 ปีจะเพิ่มเป็น 100%

“ตอนนี้เรามีโครงการรับจ้างบริหารโรงพยาบาลในมือกว่า 20 โครงการ โดยธุรกิจนี้มีค่าธรรมเนียม 1-2% ของกำไรของกิจการ”

THG ทำธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ คือ การดำเนินธุรกิจรักษาพยาบาลใน 4 รูปแบบ คือ ธุรกิจรักษาพยาบาลในประเทศไทยกลุ่มบริษัท ให้บริการรักษาพยาบาลในประเทศ ผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ประกอบด้วยโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลธนบุรี 2 และโรงพยาบาลเอกชนในต่างจังหวัดจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี และโรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี ซึ่งมีขนาดเตียงจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 916 เตียง และความสามารถรองรับผู้ป่วยนอกมากกว่า 5,430 คน/วัน

“ธุรกิจเรื่องสุขภาพยังมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างมากและในแต่ละปีจะโตไม่น้อยกว่า 10% และการที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางเรื่องสุขภาพก็จะเห็นการเติบโตอีกมาก ขณะนี้จะเห็นว่ากลุ่มคนไข้จากกลุ่มประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน (เออีซี) ทั้งพม่า เวียดนาม เขมร เริ่มที่จะเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากบริษัทมีความพร้อมก็จะรับได้ทั้งหมด”

THG เป็นโรงพยาบาลระดับกลางเช่นเดียวกับโรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลวิภาวดีราม โรงพยาบาลยันฮี และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์

สำหรับบริษัทโรงพยาบาลราชธานี (RJH) ที่ THG ถือ 7.07% มีโรงพยาบาล 7 แห่งและมีเป้าหมายจะมีรายได้เติบโตปีละ 20%

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน