posttoday
ชี้เฮาส์แบรนด์แข่งดุ

ชี้เฮาส์แบรนด์แข่งดุ

03 กุมภาพันธ์ 2560

บิซิเนสฯ ชี้ธุรกิจค้าปลีกแข่งเพิ่มไลน์สินค้าเฮาส์แบรนด์ แม่เหล็กดูดลูกค้ากำลังซื้อน้อย ตั้งเป้ารายได้โต 30%   

บิซิเนสฯ ชี้ธุรกิจค้าปลีกแข่งเพิ่มไลน์สินค้าเฮาส์แบรนด์ แม่เหล็กดูดลูกค้ากำลังซื้อน้อย ตั้งเป้ารายได้โต 30%   

นายชินะวัตน์ ปิ่นภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิซิเนส อัลไลแอนซ์ กรุ๊ป ผู้รับจ้างผลิตสินค้าเฮาส์แบรนด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจการรับจ้างผลิตสินค้าเฮาส์แบรนด์ของบริษัทให้กับกลุ่มธุรกิจค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ เติบโต 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะเฮาส์แบรนด์เป็นสินค้าที่จำหน่ายราคาถูก 15-20% เมื่อเทียบกับของสินค้ามีแบรนด์ของซัพพลายเออร์

ทั้งนี้ พฤติกรรมการซื้อเฮาส์แบรนด์ ส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าที่ใช้แล้วทิ้ง จึงให้ความสำคัญทางด้านราคามากกว่าคุณภาพ อาทิ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเด็กและผู้ใหญ่เติบโตสูง ขณะนี้มีกลุ่มค้าปลีกเข้ามาเจรจาสั่งผลิตเฮาส์แบรนด์เพิ่ม อาทิ ซูเปอร์เซฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท ซึ่งเฮาส์แบรนด์กลายเป็นกลุ่มสินค้าแม่เหล็กที่กลุ่มค้าปลีกต้องการเพิ่ม เพื่อรองรับกับกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว มองหาสินค้าราคาประหยัดแต่มีคุณภาพ

ขณะที่ธุรกิจการรับจ้างผลิตของบริษัทมีด้วยกัน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูป และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก อาทิ แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก โดยมีฐานการผลิตโรงงานที่จีน เกาหลี รายได้สินค้าเฮาส์แบรนด์ทั้งปีเติบโต 20-30% หรือ 130 ล้านบาท จากที่ผ่านมาราว 100 ล้านบาท และด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิต บริษัทจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลผ้าอ้อมเด็กและผลิตภัณฑ์เด็กดรายเพอร์สจากบริษัทแม่เอสซีเอ ไฮยีน สวีเดน

สำหรับการตลาดทุ่มงบ 60 ล้านบาท รีแบรนดิ้งหรือปรับโฉมแบรนด์ดรายเพอร์สใหม่ หลังจากหยุดทำตลาด 6 เดือน โดยการรุกตลาดผ้าอ้อมสำเร็จรูปเด็กทุกเซ็กเมนต์ทั้งล่าง กลาง และบน นอกจากนี้นำผลิตภัณฑ์แชมพู เบบี้ไวพส์ ครีมอาบน้ำ เข้ามาเสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ให้แข็งแกร่ง และรองรับกับผู้บริโภคที่มีความภักดีต่อแบรนด์ เมื่อซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปก็จะซื้อสินค้าเกี่ยวเนื่องในแบรนด์เดียวกัน

“สภาพตลาดผ้าอ้อมสำเร็จรูปเด็กมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโตโดยเฉลี่ย 10% คนไทยเริ่มมีความรู้และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราการเกิดของเด็ก 6 แสนคน/ปี หรือโดยเฉลี่ย 0.6-0.8% ของประชากรภายในประเทศจากเมื่อ 5 ปีราว 7-8 แสนคน/ปี แต่ตลาดยังมีโอกาสขยายตัวอีกมากจากการใช้งาน 60 ชิ้น/คน/ปี เทียบกับเกาหลี 120 ชิ้น/คน/ปี”

อย่างไรก็ดี จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดระดับล่างเติบโตเพิ่มขึ้น จากที่ผ่านมาการเติบโตมาจากระดับพรีเมียม ส่วนทิศทางการแข่งขันทำโปรโมชั่นอย่างรุนแรงซื้อ 1 แถม 1 หรือลดราคา 10-20% เบื้องต้นได้แต่งตั้งดิสทริบิวเตอร์ในช่องทางร้านค้าปลีกดั้งเดิม 6 ราย และกำลังขยายช่องทางโมเดิร์นเทรด รวมทั้งออนไลน์ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งปีแรก 4% หรือติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด ปัจจุบันมามี่โพโคมีส่วนแบ่ง 60% ฮักกี้กว่า 20% กูนไม่ถึง 10%

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่