posttoday
ภัยโลกไซเบอร์ มุ่งองค์กรเล็ก-ผู้บริโภค

ภัยโลกไซเบอร์ มุ่งองค์กรเล็ก-ผู้บริโภค

26 มกราคม 2560

โลกใบนี้ที่กำลังขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล คนทั่วโลกมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โลกใบนี้ที่กำลังขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล คนทั่วโลกมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ยิ่งเทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน การใช้งานเพิ่มขึ้นขององค์กรธุรกิจ หน่วยงานรัฐบาล ผู้บริโภค ก็ยิ่งทำให้ชีวิตเข้าใกล้อาชญากรไซเบอร์อย่างไม่รู้ตัว ด้วยเทคนิคด้านการโจมตีที่ก้าวล้ำมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า การเกิดอาชญากรในระดับองค์กรธุรกิจ หน่วยงานรัฐและระดับผู้บริโภค เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเกิดจากการก้าวสู่ยุคดาต้า (Big Data) ทุกองค์กรจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากบนคลาวด์ หรือการใช้คลาวด์รูปแบบสาธารณะ พนักงานในองค์กรนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้สำหรับการทำงาน ล้วนเป็นช่องโหว่ให้เกิดการโจมตีได้ง่ายและไม่รู้ตัว

แนวโน้มการทำอาชญากรรมไซเบอร์ปีนี้ มุ่งเป้าองค์กรที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการลงทุนระบบการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางและเล็กเพราะสามารถโจมตีและตกเป็นเหยื่อได้ง่าย การเป็นข่าวก็เกิดขึ้นได้ยากเมื่อเทียบกับองค์กรขนาดใหญ่ที่เริ่มลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว เทคนิคการโจมตีปีนี้ คือ ดีไวซ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (IOT) ไม่เว้นกระทั่งกล้องวงจรปิด และการนำหุ่นยนต์มาใช้ทำงานแทนมนุษย์ (Artificial Intelligence : AI)

วิธีการโจมตียังคงเป็นกลยุทธ์การใช้แรนซัมแวร์ หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ โดยเข้าควบคุมการปลดล็อกฮาร์ดไดรฟ์ ระบบสัญญาณกันขโมยของอาคาร เพื่อไม่ให้องค์กรสามารถใช้งานได้หรือระบบล่ม ก่อให้เกิดผลกระทบต้องหยุดการใช้งานในวงกว้าง ส่วนใหญ่ธุรกิจโดนโจมตีเป็นกลุ่มมีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก เช่น ธนาคาร โทรคมนาคม และเชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าองค์กรไทยจึงจะให้ความสำคัญกับการลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ

คงศักดิ์ ก่อตระกูล ผู้จัดการอาวุโสด้านเทคนิค บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัญหาด้านความปลอดภัยในระบบไอทีขององค์กรต่างๆ ปี 2560 นี้ การแยกร่างทำงานเป็นทีมเวิร์กของแรนซัมแวร์ (Ransomware) เพื่อรีดเงินจากทุกช่องทางการโจมตีทางจิตวิทยาอย่างอีเมล เพื่อหลอกลวงเชิงธุรกิจ (BEC) และปัญหาข้อมูลรั่วไหล (BPC) ยังคงเป็นปัญหาหลักที่แต่ละองค์กรต้องระมัดระวัง

อุปกรณ์โมบายเป็นสิ่งจำเป็นสำคัญในชีวิตประจำวัน ที่มีทั้งข้อมูลสำคัญส่วนตัว และใช้ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ อีเมลหรือทำธุรกิจ เป็นภัยคุกคามระดับผู้บริโภคที่จะเผชิญมากขึ้น เพราะคนไทยยังขาดความรู้การป้องกัน หรือกระทั่งการซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์โดยใช้บัตรเครดิต และโจรกรรมนำไปซื้อสินค้าต่างประเทศ เกิดขึ้นจากบริษัทไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันการเงินของไทย 

“พฤติกรรมของผู้บริโภคไทยยังไม่รู้เท่าทันกับภัยคุกคามบนไซเบอร์ ส่วนใหญ่ยังใช้รหัสผ่านจากการสำรวจในปี 2559 พบว่า คนไทยใช้รหัสแบบเดิมและไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือ A B C ตามด้วย 1 2 3 4 จึงควรเปลี่ยนรหัสอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกภัยที่ต้องจับตาและคาดว่าจะมาแรงคือ การสแกนนิ้วมือ ที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วหลังจากญี่ปุ่นพัฒนากล้องที่สามารถสแกนนิ้วมือในระยะไกลได้ถึง 3 เมตร”

ระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร มีด้วยกันหลากหลาย เช่น แอนตี้มัลแวร์ระดับสูง (ที่เป็นมากกว่าการทำแบล็กลิสต์) แอนตี้สแปม และระบบป้องกันการหลอกลวงบนเกตเวย์ทั้งบนเว็บ และระบบส่งข้อความ ระบบจัดความน่าเชื่อถือเว็บไซต์ การควบคุมแอพพลิเคชั่น ระบบป้องกันการบุกรุก ทั้งบนเครื่องโฮสต์และบนเครือข่าย และระบบป้องกันด้วยไฟร์วอลล์บนเครื่องโฮสต์

ในระดับผู้บริโภค มีโซลูชั่นเพื่อป้องกันสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตให้ปลอดภัยจากแอพและเว็บไซต์อันตรายออกมามากมาย เพื่อผู้ใช้จะแน่ใจได้ในความเป็นส่วนตัวด้วยฟิลเตอร์กรองการโทรเข้าออกและส่งข้อความ

การผลักดันระบบพร้อมเพย์ของรัฐบาลให้กับประชาชน เพื่อเปิดมิติใหม่การโอนเงินของประเทศสู่ยุคดิจิทัล หรือกระทั่งการปฏิวัติของอุตสาหกรรมแบงก์ไปสู่ฟินเทค สวนทางกับระบบการรักษาความปลอดภัยที่ยังมีน้อยมาก ภาพรวมตลาดซีเคียวริตี้ในไทยประเมินว่า ปีนี้มีมูลค่าเพิ่มจากกว่า 2,100 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2,500 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 17% เป็นการลงทุนที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับภัยเงียบบนไซเบอร์

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่