posttoday
เงินเข้าตราสารหนี้ เรตติ้งดี

เงินเข้าตราสารหนี้ เรตติ้งดี

24 มกราคม 2560

ถึงเวลานักลงทุนกลับมาพิจารณาตราสารหนี้มีเรตติ้ง หลังประสบการณ์ผิดนัดชำระหนี้

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

ถึงเวลานักลงทุนกลับมาพิจารณาตราสารหนี้มีเรตติ้ง หลังประสบการณ์ผิดนัดชำระหนี้

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงินระยะสั้นหรือบี/อีเกิดขึ้นจะทำให้นักลงทุน รวมถึงผู้ออกและตัวแทนขายตราสารหนี้กลับมาพิจารณากันมากขึ้น ไม่ดูเฉพาะผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่จะดูในเรื่องของคุณภาพตราสารหนี้ว่ามีอันดับความน่าเชื่อถือหรือเรตติ้งดีก่อนพิจารณาลงทุน รวมถึงลงไปดูละเอียดว่าบริษัทที่ออกตราสารเป็นใคร ทำธุรกิจอะไร มีใครเป็นผู้บริหารและเป็นเจ้าของด้วยก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

นอกจากนี้ อาจเห็นเงินจากลงทุนประเภทไฮเน็ตเวิร์กที่ก่อนหน้าจะลงทุนในตราสารไฮ ริส ไฮยิลด์ ก็จะเปลี่ยนเป็นไฮเรตติ้งแทน หรือจะหันไปให้ความสำคัญของตราสารที่มีเรตติ้งเป็นหลัก และจะทำให้เงินไหลเข้าไปบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ลงทุนในตราสารที่มีเรตติ้งเป็นหลักมากขึ้น

“กรณีผิดนัดที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นการให้นักลงทุนในระบบเรียนรู้กันเอง เพราะก่อนหน้าทุกหน่วยงานมีการเตือนกันมาอย่างตลอด แต่ด้วยผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเกินไป ทำให้คนอยากลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนดีโดยไม่ดูในเรื่องคุณภาพ เมื่อเกิดการผิดนัดก็จะทำหันมาตระหนักในเรื่องคุณภาพกันมากขึ้น”

ขณะนี้ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้มี 2 บริษัทที่ยังค้างอยู่ คือ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) และบริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ถือว่ามีวงจำกัดรวมถึงนักลงทุนจำกัดเพราะชัดเจนว่าตราสารประเภทนี้จะขายให้กับนักลงทุนรายใหญ่ไม่เกิน 10 ราย หรือนักลงทุนประเภทไฮเน็ตเวิร์กไม่ได้ลงมาถึงมือประชาชนและนักลงทุนทั่วไป ซึ่งทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดในวงกว้าง โดยจำกัดเพียง 0.01% ทั้งระบบน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยมีการประสานงานใกล้ชิดทั้งกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลาม โดยในส่วนการประสานงานกับ ตลท.นั้นจะให้ติดตามใกล้ชิดเพื่อดูแลในส่วนของตั๋วเงินที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ในส่วนที่คิดว่าเป็นความเสี่ยงซึ่งมีประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ที่ให้ติดตามและแนะนำใกล้ชิดในการสำรองเงินไว้รองรับเมื่อถึงกำหนดชำระทั้งหมดที่ออก 2 แสนล้านบาท โดยกว่า 70% เป็นผู้ออกที่ไม่น่าเป็นห่วง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน