
เอสเอ็มอีเวียดนาม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “เทคโนโลยี” ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีเกือบทั่วโลก
โดย...ปิยนุช [email protected]
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “เทคโนโลยี” ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีเกือบทั่วโลก จากปัจจัยหลักพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มีความใกล้ชิดกับอุปกรณ์เทคโนโลยีแบบใกล้ตัวมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีความน่าสนใจที่ปัจจุบันหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนต่างหันมาให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำธุรกิจมากขึ้น สะท้อนถึงการเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเวียดนามที่ใช้ไอทีเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการสูงถึง 78% ในปีก่อน
ล่าสุดผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ทำการสำรวจหัวข้อ เดอะ ฟิวเจอร์ ออฟ บิซิเนส ในเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับมุมมองการทำธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน
โดยผลสำรวจดังกล่าว จัดทำโดยองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (ออร์แกไนเซชั่น ฟอร์ อีโคโนมิก โค-โอเปอเรชั่น แอนด์ ดีเวลอปเมนต์-โออีซีดี) ธนาคารโลก และเฟซบุ๊ก พร้อมเผยข้อมูลและแนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอสเอ็มอีที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังเป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการทำธุรกิจอย่างมั่นใจ หากต้องการทำการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งเรียนรู้ว่าตลาดต่างประเทศใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
โดยผลสำรวจในเดือน ธ.ค.ปีก่อน เผยให้เห็นว่าเอสเอ็มอีเวียดนาม 69% หวังว่าในอนาคตสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอสเอ็มอีในโลกราว 9%
ทั้งนี้ 38% ของเอสเอ็มอีมีการจ้างงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และอีก 66% ของเอสเอ็มอีจะจัดจ้างงานในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยหัวใจสำคัญของผลการวิจัยในเวียดนาม พบว่าความท้าทายที่สุดของธุรกิจ คือ การดึงดูดลูกค้า การเพิ่มผลกำไร และการรักษาธุรกิจให้มั่นคง
ขณะที่เอสเอ็มอีเวียดนาม 78% ใช้เครื่องมือออนไลน์ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าและการบริการอย่างมีศักยภาพ
พร้อมระบุอีกว่าราว 21% ของเอสเอ็มอีเวียดนามบุกตลาดต่างประเทศ ซึ่ง 70% ของกลุ่มนี้มีจำนวนพนักงานน้อยกว่า 10 คน ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ใหญ่
โดยสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเอสเอ็มอีในการทำตลาดต่างประเทศ คือ 1.การมองหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ 82% 2.ข้อจำกัดการเข้าสู่ตลาด 64% และ 3.ความแตกต่างด้านกฎระเบียบในแต่ละประเทศ 54%
ในขณะที่ผู้หญิงได้ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งรายงานแสดงให้เห็นว่ามีความท้าทายเทียบเท่ากับการทำธุรกิจของผู้ชาย ซึ่งนักธุรกิจหญิงมีการใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลมากกว่านักธุรกิจชาย
โดยพบว่า 90% ของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีการจัดจ้างงานในประเทศ และเป็นส่วนใหญ่ของการจัดจ้างงานในโลก
จากรายงานดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์เอสเอ็มอีเวียดนามในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ถึงการปรับตัวของธุรกิจในเวลานี้ที่กำลังเติบโตและเข้ามาอยู่ในระบบการค้าเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ที่กำลังถูก
ขับเคลื่อนด้วยกำลังซื้อดิจิทัลจากทั่วทุกมุมโลก ที่จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องนำเทคโนโลยี เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นับจากนี้เป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน แนวโน้มการขยายตัวของกิจการเอสเอ็มอีเวียดนามรูปแบบดังกล่าว ยังถือว่ากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งทางการค้าในตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยด้วย จากปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของเวียดนาม ได้ถูกพัฒนาและเติบโตแบบก้าวกระโดดที่สุดในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้
ดังนั้น เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดการค้าโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับตัวรับมือการค้าที่กำลังปรับไปสู่โฉมใหม่นับจากนี้เป็นต้นไป โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้







