
ไทยเครดิตซื้อซิกโก้บินเข้าตลาดหุ้น
ตั้งโต๊ะรับซื้อเฉลี่ยหุ้นละ4บาทมงคลคุยเสริมธุรกิจให้แกร่ง
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารไทยเครดิต ซื้อ “ซิกโก้” จากไทยพาณิชย์สำเร็จ หุ้นละ 4 บาท จับตาเข้าตลาดหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ แจ้งว่า ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าทำสัญญาขายหุ้นของบริษัทเงินทุนสินอุตสาห กรรม (SICCO) ที่ถืออยู่ทั้งหมด 38.65% หรือ 230.8 ล้านหุ้น ให้แก่ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อยของกลุ่มไชยวรรณ โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทางการ และได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ทั้งนี้ การขายหุ้นดังกล่าวเป็นการขายหุ้นผ่านการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหุ้นทุกรายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยราคาในการทำคำเสนอซื้อหุ้นได้กำหนดเบื้องต้นไว้ที่หุ้นละ 4 บาท แต่ราคานี้อาจปรับเพิ่มหรือลดได้ก่อนจะมีการประกาศทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ขึ้นกับผลจากการทำการตรวจสอบสินทรัพย์และหนี้สินรวมถึงการตั้งสำรองการด้อยค่า และความเสียหายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีผู้สนใจซื้อหุ้น SICCO หลายรายทั้งนักลงทุนในและต่างประเทศ แต่มาลงตัวที่ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อยซึ่งให้เงื่อนไขดีที่สุด โดยการขายหุ้น SICCO ครั้งนี้จะทำให้ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อยได้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซิกโก้ที่ SICCO ถือหุ้นอยู่ 70% ไปด้วย
นายมงคล ลีลาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย กล่าวว่า การปรับโครงสร้างกิจการครั้งนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ SICCO ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จึงเข้าสู่ขั้นตอนการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งคาดเสร็จสิ้นในไตรมาสแรก ปี 2554 โดยธนาคารไทยเครดิตต้องการถือหุ้นใน SICCO ตั้งแต่ 75% ขึ้นไป
นายมงคล กล่าวว่า ภายหลังการควบรวม จะทำให้ธนาคารมีขนาดสินทรัพย์กว่า 3 หมื่นล้านบาท และการเข้าซื้อ SICCO จะทำให้ธนาคารได้ฐานสินเชื่อเช่าซื้อกว่า 90% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเช่าซื้อในต่างจังหวัดและได้สาขาในต่างจังหวัดอีก 15 แห่ง ทำให้ธนาคารได้ฐานลูกค้าใหม่และต่อยอดธุรกิจลูกค้ารายย่อยได้
ทั้งนี้ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อยมีแผนจะควบรวมกิจการกับ SICCO พร้อมจะคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเงินทุนให้กับ ธปท. ส่วน บล.ซิกโก้ ก็จะเปลี่ยนชื่อและดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์เหมือนเดิม
แหล่งข่าวจาก บง. SICCO เปิดเผยว่า คงจะมีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารใหม่ทั้งหมด และภายหลังจากควบรวมกิจการกับธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อยแล้ว ทางธนาคารยังมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยอาจจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยวิธีการเข้าจดทะเบียนทางอ้อม (Backdoor Listing) ก็ได้ โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และแผนควบรวมจะประสบความสำเร็จได้ต้องได้รับอนุมัติจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น







