
ครัวเรือนไทยเป็นหนี้เพิ่มเครียดมากขึ้น
โพสต์ทูเดย์
— ภาระหนี้สินครัวเรือนไทยพุ่ง 1.34 แสนบาท คนจนเครียดมากขึ้นนางสุวรรณี คำมั่น รองเลขา ธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงภาวะสังคมไทยในไตรมาส 2 ว่า ภาระหนี้สินภาคครัวเรือนไทยขณะนี้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยผลการสำรวจรายงานภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พบว่าจำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นจาก 1.16 แสนบาท ในปี 2550 เป็น 1.34 แสนบาทในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 7.4% ส่งผลให้หนี้สินต่อรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าสัดส่วนครัวเรือนที่มีหนี้กลับมีจำนวนลดลงเหลือ 60.9% จากระดับ 63.3% ในปี 2550
“
หนี้ภาคครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบ 82.4% หนี้นอกระบบ 7.9% และเป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบอีก 9.7% ซึ่งแต่ละครัวเรือนเป็นหนี้ในระบบเฉลี่ย 1.27 แสนบาทต่อครัวเรือน และหนี้นอกระบบที่ 6,984 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งภาครัฐควรหามาตรการแก้ไขเพิ่มขึ้นจากที่ทำอยู่” นางสุวรรณี กล่าวสศช.เห็นว่าภาครัฐควรสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนที่เกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อสังคมและกิจการเพื่อสังคม หรือซีเอสเอาร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยอาจใช้มาตรการลดหย่อนภาษี อำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชน สนับสนุนงบประมาณ ซึ่งเชื่อว่าจะลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพจิตในสังคมไทยยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะสถานการณ์ทางการเมือง ความขัดแย้งในสังคม และปัจจัยทางเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความผันผวนมากขึ้น มีอิทธิพลต่อจิตใจ โดยขณะนี้พบว่าประชาชน 70.45% ยังรู้สึกเครียดกับปัญหาการเมือง ส่วนอีก 46.3% รู้สึกเครียดกับปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ก็ยังเป็นการเติบโตแบบกระจุกตัว และอีก 10% รู้สึกเครียดกับปัญหาหนี้สิน
ด้านคดีอาญาในไตรมาส 2/2553 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณ 5.9 หมื่นคดี หรือประมาณ 3.8% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 3.7% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.3% โดยจากสถิติการเข้ารับการบำบัดพบว่าหญิงไทยเข้ารับการบำบัดรักษามากขึ้นทุกปี โดยในปี 2552 อยู่ที่ 1.1 หมื่นราย หรือ 10.2% เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ซึ่งมีจำนวน 1 หมื่นราย
ดังนั้นการป้องกันและเฝ้าระวังเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดจึงยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันปัญหายาเสพติด ได้แก่ รั้วชายแดน, รั้วชุมชน, รั้วสังคม,รั้วโรงเรียนและรั้วครอบครัว ที่เน้นบทบาทประชาชนในการดูแลคนใกล้ชิด ส่วนคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์อยู่ที่ 1.38 หมื่นคดี เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 5.1% เนื่องจากความต้องการหาเงินเพื่อไปซื้อยาเสพติด และเพื่อลักลอบเล่นการพนันช่วงฟุตบอลโลก รวมถึงการพนันทุกประเภท
สำหรับอัตราการว่างงานในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 1.3% หรือประมาณ 4.98 หมื่นคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ระดับ 1.8% หรือประมาณ 6.73 หมื่นคน เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส1/2553 มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 6.7 หมื่นคน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีผู้จบการศึกษาใหม่จำนวนมาก และมีผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง







