posttoday
ผุดเมืองใหม่อีอีซี บูมอสังหาฯภาคตะวันออก

ผุดเมืองใหม่อีอีซี บูมอสังหาฯภาคตะวันออก

18 มกราคม 2560

การประชุมนัดแรกของคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์

การประชุมนัดแรกของคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญคือ การเร่งรัดโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี อันประกอบด้วยจ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมให้ได้ภายในปี 2560 หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการมาตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. 2559 โดยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวในระหว่างรอกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งในขั้นตอนกฎหมายขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ระหว่างการพิจารณา ก่อนส่งกลับมาให้คณะรัฐมนตรีส่งต่อไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

การพัฒนาเมืองใหม่เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเป็น 1 ใน 5 เรื่องสำคัญที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งดำเนินการเพื่อผลักดันโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามที่ตั้งธงเอาไว้ โดยที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เสนอให้มีการวางแผนพัฒนาเมืองฉะเชิงเทรา ให้เป็นที่อยู่อาศัยทันสมัย รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ และการเติบโตของเมือง หลังการขยายตัวของอุตสาหกรรมในชลบุรีและระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่รองรับบทบาทเมืองตามโครงการอีอีซีของกรมโยธาฯ ที่จะต้องมีการปรับปรุงฟื้นฟูเมืองเดิม การพัฒนาพื้นที่เมืองใหม่ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เก่า-ใหม่

สำหรับฉะเชิงเทราจะเป็นเมืองเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑลกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยมีรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกกรุงเทพฯ-ระยอง เป็นตัวเชื่อมการเดินทาง จะพัฒนาให้เป็นเมืองพักอาศัยชั้นดี มีสภาพแวดล้อมน่าอยู่และทันสมัย รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ใหม่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงรองรับความเจริญเติบโตของกรุงเทพฯ และอีอีซี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ และอีอีซี โดยจะต้องเตรียมหาพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนาใหม่จะต้องควบคุมไม่ให้ไปทำลายเอกลักษณ์ของเมืองที่มีอยู่เดิม

นอกจากนี้ กรมโยธาธิการยังได้แนวคิดในการวางแผนการพัฒนาเมืองใหม่ระยอง โดยกำหนดบทบาทของเมืองให้เป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเกษตรกรรมภาคตะวันออก โดยมีแนวคิดให้เป็นเมืองการศึกษาและวิทยาศาสตร์ พัฒนาให้เป็นเมืองในระดับนานาชาติ มีธุรกิจทันสมัย รองรับนักธุรกิจ นักวิจัย และแรงงานขั้นสูง

ผุดเมืองใหม่อีอีซี บูมอสังหาฯภาคตะวันออก

 

ขณะที่ อู่ตะเภา จะกำหนดบทบาทให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ โดยการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นท่าอากาศยานพาณิชย์แห่งที่ 3 เป็นศูนย์ธุรกิจการบินและการซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่เชื่อมต่อกับโครงการพัฒนาท่าเรือจุกเสม็ด และรถไฟความเร็วสูง

โดยมีแนวคิดการพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ และรองรับธุรกิจการเงินระหว่างประเทศ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างพัทยามีแนวคิดการพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ และศูนย์บริการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ กรมโยธาธิการฯ จะต้องทำการวางผังพัฒนาพื้นที่กลุ่ม จ.ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา การวางผังเมืองรวมจังหวัด และผังเมืองรวมเมืองและชุมชน รวมถึงการวางผังพัฒนาพื้นที่เฉพาะ และนำการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่ในโครงการอีอีซีให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าปรับปรุงผังเมืองเดิมและวางผังพื้นที่พัฒนาใหม่ให้เสร็จในปีงบประมาณ 2562

เมื่อโครงการจะถูกผลักดันให้มีความชัดเจนภายในปีนี้ แน่นอนว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากตลาดอสังหาฯ ในภาคตะวันออกโดยเฉพาะในพื้นที่ชลบุรี พัทยา ระยอง ที่มีการพัฒนาอย่างหนาแน่น โดยภาพรวมอยู่ในภาวะชะลอตัว นวณัฐ สุขะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มารวยเรียลเอสเตท ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออก ภายใต้แบรนด์ “บ้านมารวย” ให้ความเห็นว่า โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกจะกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออกให้มีการเติบโตอย่างคึกคักในปี 2560 แม้ในปี 2559 จะมีการชะลอตัวจากปัญหาเศรษฐกิจ

เชื่อว่าทิศทางการลงทุนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออกมีทิศทางเป็นบวก แต่อาจเต็มไปด้วยความท้าทายจากกลุ่มผู้ประกอบการมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าพื้นที่ภาคตะวันออก กำลังเป็นที่จับตาของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยขณะนี้เริ่มมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกแล้วหลายรายและจะยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นอีกมากใน 1-2 ปีนี้

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี