
มีจริงไหม รวยง่าย ไม่ต้องออกแรง
กว่าที่คนคนหนึ่งจะบอกตัวเองได้ว่า “รวยแล้ว” น่าจะผ่านอะไรมาเยอะ เจ็บมาเยอะ หลายคนลำบากแทบตายกว่าจะสร้างตัวขึ้นมาได้ (ยกเว้นว่า อยู่ๆ จะมีโชคใหญ่หล่นทับ... ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน) แต่ก็มีอีกหลายคนที่รวยได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
กว่าที่คนคนหนึ่งจะบอกตัวเองได้ว่า “รวยแล้ว” น่าจะผ่านอะไรมาเยอะ เจ็บมาเยอะ หลายคนลำบากแทบตายกว่าจะสร้างตัวขึ้นมาได้ (ยกเว้นว่า อยู่ๆ จะมีโชคใหญ่หล่นทับ... ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน) แต่ก็มีอีกหลายคนที่รวยได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
เพราะเพียงแค่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ลงทุนแบบง่ายๆ ไม่ต้องถึงกับเชี่ยวชาญจนเป็น “Trader” หรือ “เล่นหุ้นมืออาชีพ” ก็ทำให้รวยได้เหมือนกัน
แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางปีติดลบไปกว่า 40% บางปีก็กำไรจนน่าตกใจ และปีที่ผ่านมา แม้จะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ยังบวกขึ้นมาได้ถึง 23.9% เอาชนะตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกแบบไม่เห็นฝุ่น
แต่จากสถิติของตลาดหุ้นไทยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15.83% ต่อปี
ลองคำนวณดูว่า ถ้าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เรามีเงินทุนสัก 1 ล้านบาท แล้วไม่อยากจะออกแรงไปลงมือทำธุรกิจด้วยตัวเองก็เลยเอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นไทย และได้ผลตอบแทนเท่ากับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เงิน 1 ล้านบาท จะกลายเป็น 9.06 ล้านบาทในปัจจุบัน โดยที่ไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย
และถ้าเชื่อในประมาณการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส ที่คาดว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตลาดหุ้นไทยจะเติบโตต่อเนื่องและให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ
10-12% ก็ยิ่งไม่ต้องคิดมาก ใส่เงินลงไปในตลาดหุ้น อาจจะเป็นกองทุนที่มีนโยบายเลียนแบบดัชนี SET หรือ SET50 หรือใจกล้าหน่อยก็ลงทุนใน mai จากนั้นก็นั่งรอเวลา
แล้วเงิน 1 ล้านบาทวันนี้ อาจจะกลายเป็น 4.17 ล้านบาท ในอีก 15 ปีข้างหน้า (ถ้าได้กำไรเฉลี่ยปีละ 10%)
หรือถ้าวันนี้ยังมีเงินทุนไม่มากจะค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี ก็จะได้มาแล้ว 1.9 ล้านบาท แล้วถ้าเพิ่มระยะเวลาเป็น 30 ปี เงินจะงอกเงยขึ้นมาเป็น 9.86 ล้านบาท
จริงๆ แล้ว “ช่องทางการลงทุน” มีอยู่อีกหลายอย่าง หลายสินทรัพย์ให้เลือก ทั้งสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งจับต้องไม่ได้ กับสินทรัพย์ที่จับต้องได้
แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะลงทุนอะไรได้บ้าง แนะนำให้เปิดไปดูในหน้าถัดไป C2 จะเห็นแผนผังของช่องทางการลงทุนทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง (เท่าที่พอจะนึกออกและมีให้ลงทุนได้ในประเทศไทย) โดยช่องทางลงทุนที่ไม่ทำให้เหนื่อยมากนัก จะเป็นการลงทุนใน “สินทรัพย์ทางการเงิน”
สินทรัพย์ทางการเงินแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกเป็นสินทรัพย์ที่ “ให้ผลตอบแทนแน่นอน” ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะชอบอะไรที่ได้แน่ๆ แบบนี้ แต่คงจะทำให้รวยได้ยาก โดยเฉพาะถ้ามีเงินทุนไม่มาก เพราะให้ผลตอบแทนน้อยมาก
ถัดมาเป็นตราสารทุน กองทุนรวม และตราสารอนุพันธ์ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้จะช่วยให้มีโอกาสรวยได้โดยไม่ต้องออกแรง โดยเฉพาะกองทุนรวมจะเหนื่อยน้อยที่สุด เพราะมีผู้จัดการกองทุนมาคอยดูแลให้อีกที
จากนี้ไปคงต้องเปลี่ยนคำพูดกันใหม่ว่า คนอยากจน... เล่นหวย คนอยากรวย... ลงทุนหุ้น







