
ประชากรวัยเด็กโลก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดเกือบทั้งโลกหันไปให้ความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคสูงวัยที่กำลังจะกลายมาเป็นกำลังซื้อที่มีศักยภาพสำคัญในอนาคตอันใกล้ จากการเคลื่อนสู่ยุค เอจจิ้ง โซไซตี้ ที่เจ้าของธุรกิจสินค้าจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือ ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหนึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างกลุ่มประชากรวัยเด็กของโลกที่กำลังเติบโตในเวลานี้เช่นกัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดเกือบทั้งโลกหันไปให้ความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคสูงวัยที่กำลังจะกลายมาเป็นกำลังซื้อที่มีศักยภาพสำคัญในอนาคตอันใกล้ จากการเคลื่อนสู่ยุค เอจจิ้ง โซไซตี้ ที่เจ้าของธุรกิจสินค้าจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือ ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหนึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างกลุ่มประชากรวัยเด็กของโลกที่กำลังเติบโตในเวลานี้เช่นกัน
โดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ เอ็กซิมแบงก์ ระบุข้อมูลแนวโน้มประชากรกลุ่มในวัยเด็กที่กำลังขยายตัวในอนาคต โดยล่าสุดองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พบว่าแม้จำนวนประชากรผู้สูงอายุโลกจะมีอัตราขยายตัวสูงเทียบกับอัตราขยายตัวของประชากรโลก อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ ประชากรวัยเด็กโลก (อายุระหว่าง 0-14 ปี) เพราะมีจํานวนสูงถึงราว 1,920 ล้านคน ในปี 2558 คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 4 ของประชากรโลก หรือมากกว่าประชากรผู้สูงอายุกว่า 2 เท่าตัว และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 1,980 ล้านคน ในปี 2563 และพุ่งแตะระดับ 2,010 ล้านคน ในปี 2568
ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มหันมาใส่ใจเพิ่มจำนวนประชากรในประเทศของตนมากขึ้น เพราะกังวลว่าโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน หรือมีภาระค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุมากขึ้นในอนาคต ล่าสุด จีน (ประเทศที่มีประชากรวัยเด็กสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก) ประกาศยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว (วัน ไชลด์ โพลีซี) หลังบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2522 และอนุญาตให้ทุกครอบครัวสามารถมีลูกคนที่สองได้ นโยบายดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมจำนวนประชากรวัยเด็กของจีนและของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เวิลด์ ชิลเดรน ป๊อปปูเลชั่น หรือประชากรวัยเด็กโลก ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพขับเคลื่อนตลาดสินค้าและบริการของโลกในระยะถัดไป โดยโฉมหน้าผู้บริโภควัยเด็กของโลกกระจุกตัวอยู่ใน 10 ประเทศ โดยยูเอ็นคาดว่าประชากรวัยเด็กของโลกปี 2568 จะมีจำนวนราว 2,010 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจํานวนประชากรทั้งโลก โดยพบว่าประชากรเด็กทารก (อายุ 0-4 ปี) มีจำนวนมากที่สุดราว 673 ล้านคน หรือราว 34% ของจํานวนประชากรวัยเด็กของโลก
ขณะที่หากแยกเป็นรายประเทศแล้วพบว่า ประเทศที่มีประชากรวัยเด็กสูงสุด 10 อันดับแรกของโลก มีจำนวนประชากรวัยเด็กรวมกันมากกว่า 54% ของจํานวนประชากรวัยเด็กของโลก โดยอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรวัยเด็กสูงสุดของโลกราว 367.8 ล้านคน รองลงมาคือ จีน (230.1 ล้านคน) และไนจีเรีย (98.2 ล้านคน) ทำให้กลุ่มประเทศดังกล่าวเป็นตลาดสินค้าและบริการสำหรับเด็กขนาดใหญ่ของโลก
โดยสินค้าและธุรกิจบริการสำหรับเด็กที่มีศักยภาพในการขยายตัว อาหารสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอาหารสำหรับเด็กทารก (อายุ 0-4 ปี) ล่าสุด Allied Market Research คาดว่าตลาดอาหารสำหรับเด็กทารก (นมผงสำหรับเด็กทารก อาหารและขนมพร้อมรับประทานสำหรับเด็กทารก) จะมีมูลค่าราว 7.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2558-2563 โดยจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัว และพบว่านมผงสำหรับเด็กทารกครองส่วนแบ่งสูงสุดถึง 2 ใน 3 ของมูลค่าตลาดอาหารสำหรับเด็กทารกทั้งหมด เนื่องจากคุณแม่ยุคใหม่มักต้องรับหน้าที่เลี้ยงดูบุตรไปพร้อมๆ กับทํางานนอกบ้านเพื่อหารายได้ทําให้ไม่มีเวลาให้นมบุตรได้เพียงพอ เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว พ่อแม่ยังยินดีที่จะจ่ายเงินซื้ออาหารราคาสูงขึ้น หากมั่นใจว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประโยชน์ต่อเด็ก
ดังนั้น อาหารสำหรับเด็กทารกจึงเป็นอีกตลาดหนึ่งที่ผู้ส่งออกไทยไม่ควรมองข้าม สนใจข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.exim.go.th







