posttoday
ทีดีอาร์ไอแนะรบ.ออกกฎหมายให้ต่างชาติถือหุ้น 100%

ทีดีอาร์ไอแนะรบ.ออกกฎหมายให้ต่างชาติถือหุ้น 100%

01 กันยายน 2553

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐบาลออกกฎหมายโทรคมนาคมฉบับใหม่ เปิดเสรีโทรคมนาคมให้ต่างชาติถือหุ้น 100%

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐบาลออกกฎหมายโทรคมนาคมฉบับใหม่ เปิดเสรีโทรคมนาคมให้ต่างชาติถือหุ้น 100%

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ  เปิดเผยว่า  รัฐบาลควรออก พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคมฉบับที่ 3  แทนฉบับที่ 2 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกำหนดให้ต่างชาติสามารถถือหุ้นในกิจการโทรคมนาคมได้ 100% เพื่อส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการรายใหม่  และช่วยให้อุตสาหกรรมนี้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มที่ 

ทั้งนี้ แม้กฎหมายฉบับที่ 2 จะแก้สัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าว จาก 25% เป็น 49% ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แต่การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ได้ออกร่างประกาศกทช.ว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว  พ.ศ...ออกมาทำให้ไม่มีทุนต่างชาติกล้าเข้าประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์  3 จี

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตามกฎหมายโทรคมนาคมอนุญาตให้ออกร่างครอบงำได้ แต่ ต้องเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ  ซึ่ง กทช.ไม่ได้ชี้แจงในประเด็นนี้ว่าเหตุใดจึงต้องออกร่างดังกล่าวขึ้นมา  และเมื่อออกมาแล้ว ผลที่ตามมาคือ ไม่มีทุนต่างชาติเข้าร่วมประมูลแม้จะออกไปโรดโชว์กว่า 10 ประเทศก็ตาม  

“อย่าไปกังวลเรื่องความมั่นคง หรือ ชาตินิยม เช่น กรณีไทยคมนั้น  เชื่อมั่นว่าเมื่อต่างชาติเป็นเจ้าของแล้วมีความมั่นคงมากกว่าอยู่ในมือของทุนการเมืองไทย ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือสนองความต้องการทางการเมืองได้มากกกว่า” นายสมเกียรติกล่าว 

นอกจากนี้ ตามข้อมูลจากองค์การเพื่อร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือ โออีซีดี ซึ่งเป็นความร่วมมือของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว   เห็นชัดเจนว่า 17 ประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักร  ฝรั่งเศส  เยอรมัน สวีเดน เปิดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100%  ซึ่งถือเป็นการแข่งขันเสรีอย่างแท้จริง

นายสมเกียรติ  กล่าวว่า  แม้ขั้นตอนการออกกฎหมายฉบับใหม่ต้องใช้เวลา แต่รัฐบาลควรเริ่ม  เพราะวิธีแก้นอมินีที่ดีที่สุด คือ การทำกฎหมายให้เสรีไปเลย อย่าไปอิงกระแสชาตินิยมมากเกินไป เพราะในความเป็นจริง ผู้ประกอบการไทยไม่ได้ใจดีกับผู้บริโภคมากกว่าผู้ประกอบการต่างชาติ  และในตลาดมือถือ ผลประโยชน์ควรตกอยู่กับประชาชนไม่ใช่นายทุนรายใดรายหนึ่ง

ขณะทื่นโยบายการยุติสัมปทานมือถือเพื่อเปลี่ยนเป็นไลเซ่นส์ 2 จี  ขอกระทรวงการคลังนั้น ควรกำหนดค่าแรกเข้าให้แพงเช่นเดียวกับไลเซ่นส์ 3 จี ซึ่งจะส่งผลดีกับผู้ประกอบการและรัฐมากกว่าค่าธรรมเนียม 12.5%  ซึ่งแพงเกินไปและไม่ดึงดูดผู้ได้รับสัมปทานรายเดิม ส่งผลให้คลื่นความถี่ยังตกอยู่กับบางรายมากเกินไป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน