posttoday
ชงใช้ม.44แก้กฎหมายเพิ่มบทลงโทษ-เอาผิดเข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

ชงใช้ม.44แก้กฎหมายเพิ่มบทลงโทษ-เอาผิดเข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

11 มกราคม 2560

สหพันธ์ขนส่งฯเสนอให้นายกฯใช้มาตรา44แก้กฎหมายเอาผิดรถบรรทุกน้ำหนักเกิน คมนาคมชี้เป็นแนวทางนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

สหพันธ์ขนส่งฯเสนอให้นายกฯใช้มาตรา44แก้กฎหมายเอาผิดรถบรรทุกน้ำหนักเกิน คมนาคมชี้เป็นแนวทางนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ. รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอแนวทางส่งเสริมการแก้ไขรถบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างยั่งยืน กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดประชุมร่วมกันระหว่างสหพันธ์การขนส่ง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เพื่อเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอและมาตรการการแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินให้เป็นไปตามกฎหมาย ประกอบด้วย

1.ปรับแก้กฎหมายการบรรทุกสินค้าโดยขยายฐานความผิดให้ครอบคลุมไปถึง ผู้ว่าจ้าง เจ้าของสินค้าและบริษัทผลิตไปจนถึงผู้ขับรถบรรทุกเพราะถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด

2.เพิ่มบทลงโทษและค่าปรับเป็นแบบอัตราก้าวหน้าตามน้ำหนักที่บรรทุกเกิด อาทิ บรรทุกเกิน 500 กิโลกรัมปรับขั้นต่ำและบรรทุกเกิน 10 ตันต้องปรับขั้นสูงหรือ กระทำผิดครั้งที่ 1 ปรับ 20% ของมูลค่ารถความผิด ครั้งที่ 2 ปรับ 50% ของมูลค่ารถที่ทำความผิด และครั้งที่ 3 ทำการยึดยึดพาหนะและใบประกอบกิจการหรือใบอนุญาตขับขี่

3.การแต่งตั้งคณะทำงานร่วมแบบประชารัฐระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมกันวิเคราะห์แนวทางแก้ปัญหาตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการในทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบและโปร่งใส

4.การกำหนดอัตราคิดน้ำหนักรูปแบบใหม่โดยแยกระหว่างน้ำหนักตัวรถบรรทุกและน้ำหนักรอบเพลาเพื่อให้การตรวจสอบผู้กระทำผิดบรรทุกเกินเป็นไปมากยิ่งขึ้น

5.เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้ มาตรา 44 เพื่อแก้กฎหมายและแสดงความตั้งใจในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ในกรณีที่ข้อเสนอเบื้องต้นไม่สามารถนำไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามจะนำข้อเสนอดังกล่าวกลับมาสรุปประเด็นแล้วนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์หน้า หากได้รับความเห็นชอบกระทรวงคมนาคมจะเร่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในแต่ละข้อเสนอรวมถึงแนวทางการแก้กฎหมายและนำไปบังคับใช้ในอนาคต  

นายพีระพล กล่าวต่อว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดีเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างเป็นรูปธรรมเพราะเป็นปัญหาที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญโดยเฉพาะการตั้งคณะทำงานร่วมกันแบบประชารัฐโดยใช้ต้นแบบจากโครงการถนนสีขาวของจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ ฉะเชิงเทราโมเดล ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน ภาคเอกชน อัยการ ปลัดจังหวัด ทหาร ตำรวจ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท โดยมีผู้ว่าราชการฉะเชิงเทราเป็นประธานขับเคลื่อนแบบบูรณาการโดยมีองค์กรภาคเอกชนและประชาสังคมเข้าร่วมมือ จนในที่สุดสามารถลดปริมาณผู้กระทำผิดในพื้นที่ลงได้ควบคู่ไปกับสร้างความโปร่งใสในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่รัฐจากการมีส่วนร่วมตรวจสอบของภาคประชาชน ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่ดี ที่อยากให้ทำแบบเดียวกันทุกจังหวัด

ขณะที่การแก้ไขกฎหมายเพื่อเอาผิดผู้จ้างวานและบริษัทสินค้านั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากทางสหพันธ์การขนส่งทางบกได้ร่วมหารือกับผู้ประกอบการและบริษัทเอกชนรายใหญ่แล้ว เกิดการสะท้อนเสียงตอบรับที่ดีมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบปัญหาดังกล่าว ประกอบกับกรมทางหลวงได้มีการปรับแก้กฎหมายบรรทุกเกินบางส่วนเพื่อนำมาบังคับใช้แล้วก่อนหน้านี้เพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน