
หักภาษีพอดี ไม่ต้องชำระเพิ่ม/ขอคืน
ผู้ทำงานที่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างเป็นรายเดือน รายปักษ์ หรือรายสัปดาห์ก็ตาม จะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้พึงประเมิน ค่าใช้จ่ายของเงินที่หามาได้ สิทธิการหักค่าลดหย่อนและจำนวนเงินได้สุทธิถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี
ผู้ทำงานที่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างเป็นรายเดือน รายปักษ์ หรือรายสัปดาห์ก็ตาม จะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้พึงประเมิน ค่าใช้จ่ายของเงินที่หามาได้ สิทธิการหักค่าลดหย่อนและจำนวนเงินได้สุทธิถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี
นายจ้างที่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้างให้แก่พนักงานหรือลูกจ้าง มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย พร้อมนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรภายใน 7 วัน นับแต่สิ้นเดือนที่จ่ายเงิน พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่เกินวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หากยื่นแบบผ่าน www.rd.go.th ได้รับการขยายกำหนดเวลาออกไปอีก 8 วัน หรือไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้นำเงินเดือน ค่าจ้าง หรือผลประโยชน์อื่นๆ (เช่น การใช้รถยนต์ประจำตำแหน่ง การได้บ้านพักอาศัยฟรี เป็นต้น) ที่ได้รับในรอบปีนั้นๆ มารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมิน แล้วให้หักออกด้วยค่าใช้จ่ายเหมาอัตราร้อยละ 40 ของเงินได้พึงประเมิน แต่รวมแล้วไม่เกิน 6 หมื่นบาท (มติคณะรัฐมนตรี 19 เม.ย. 2559 ให้หักค่าใช้จ่ายเหมาอัตราร้อยละ 50 รวมแล้วไม่เกิน 1 แสนบาท ใช้ปีภาษี 2560 เป็นต้นไป ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายออกมาบังคับใช้)
หลังจากนั้นให้นำเงินที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่าย หักออกด้วยค่าลดหย่อนตามสิทธิของผู้มีเงินได้ เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ แล้วจึงนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้จำนวนภาษีต้องชำระทั้งหมด ทั้งนี้เงินได้สุทธิ 1.5 แสนบาทแรก ได้รับยกเว้นภาษี หากมีจำนวนเงินได้สุทธิไม่เกิน 1.5 แสนบาท ไม่มีภาษีต้องชำระแต่อย่างใด กรณีมีเงินได้สุทธิเกินกว่า 1.5 แสนบาท ให้นำเงินได้สุทธิส่วนที่เกินกว่า 1.5 แสนบาท ไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
การหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งกรมสรรพากรในแต่ละครั้ง ให้นำจำนวนภาษีต้องชำระทั้งปี หารด้วยจำนวนครั้งที่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง จะได้จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายเงินแต่ละครั้ง ตัวอย่าง นาย A พนักงานบริษัท มีจำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องชำระทั้งปีเท่ากับ 1,200 บาท นายจ้างจ่ายเงินเดือนเดือนละครั้ง ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ละครั้งจำนวน 100 บาท (1,200/12)
หากนายจ้างจ่ายเงินโบนัสในเดือน ธ.ค. 2560 ให้นาย A นายจ้างต้องคำนวณภาษีใหม่ โดยนำเงินเดือน ค่าจ้าง และโบนัสที่ได้จ่ายมารวมเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งปี แล้วจึงหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ได้จำนวนเงินได้สุทธิเพื่อคำนวณภาษีต้องชำระทั้งจำนวน จำนวนภาษีต้องชำระจะมากกว่าภาษีที่คำนวณจากเงินเดือน ค่าจ้าง ภาษีส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาจากเงินโบนัส นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เพิ่มเติมนอกเหนือจากภาษีของเงินเดือน ค่าจ้าง ที่ต้องนำส่งในเดือน ธ.ค. 2560
นายจ้างสามารถช่วยพนักงาน ลูกจ้าง ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยการคิดคำนวณภาษีใหม่อีกครั้งในเดือน ธ.ค. 2560 ว่าได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ถูกต้องครบถ้วนตามจำนวนภาษีต้องชำระในปีภาษี 2560 หรือไม่ หากหักภาษีเป็นจำนวนพอดีกับจำนวนภาษีต้องชำระทั้งหมดแล้ว เมื่อถึงเวลายื่นแบบเสียภาษี พนักงานและลูกจ้างไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมหรือขอคืนภาษี นอกจากนายจ้างจะช่วยพนักงานและลูกจ้างแล้ว ยังช่วยรัฐลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีอีกด้วย พูดง่ายๆ ว่าไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายทั้งผู้เสียภาษีและรัฐ
การคิดคำนวณเพื่อหักภาษี ณ ที่จ่ายให้พอดี นายจ้างต้องพิจารณาเกี่ยวกับจำนวนเงินได้พึงประเมิน การหักค่าใช้จ่าย สิทธิการหักค่าลดหย่อนของพนักงานและลูกจ้าง จำนวนเงินได้สุทธิ และบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากนายจ้างหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายพอดี ไม่ต้องชำระภาษีเพิ่มหรือขอคืน ก็จะไม่เป็นภาระแก่พนักงาน ลูกจ้าง
สวัสดีครับ







