
"อีโคคาร์" รอรุกรอบใหม่
บทบาทของอีโคคาร์ในอนาคตจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้กัน
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ถือได้ว่ามีบทบาทในตลาดรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับรถ “อีโคคาร์” จากจุดเริ่มต้นการผลิตเป็นครั้งแรกในปี 2553 และแนะนำลงสู่ตลาดให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกเพิ่มขึ้นกับจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ภายใต้เงื่อนไขการผลิตที่นำเอาวิวัฒนาการของเทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย จนกระทั่งเป็นที่มาของ “โปรดักต์แชมเปี้ยน” ตัวที่ 2 ต่อจากกระบะ จนถึงวันนี้ได้รับการยอมรับในคุณภาพการผลิตจากประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของรถยนต์อีโคคาร์เพื่อการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ต่อมาจึงได้มีการต่อยอดการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ไปสู่โครงการรถยนต์อีโคคาร์ เฟส 2 ในปี 2558 ที่มีความเข้มข้นในการกำหนดการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเงื่อนไขข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์อีโคคาร์เฟส 2 ซึ่งในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจาก 5 รายในเฟส 1 เป็น 10 ราย และมีถอนตัวออกไประหว่างทางอีก 2 ราย จึงสรุปล่าสุดเหลือผู้เล่นที่สมัครรับสิทธิในโครงการดังกล่าว 8 ราย
คล้อยหลังไปยังไม่ผ่านพ้นปีรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เดินหน้าโครงการรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่และเป็นกระแสของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลต่อความมั่นใจต่อนักลงทุนและบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยเหตุผลจากความใกล้เคียงของการสนับสนุนเทคโนโลยีที่ไปในทิศทางประหยัดพลังงานลักษณะเดียวกัน ทำให้รัฐบาลต้องมีการทบทวนการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างเหมาะสม
หนึ่งในนั้น “โครงการอีโคคาร์เฟส 2” ถูกหยิบยกไปเป็นประเด็นการพิจารณาในข่ายผลกระทบเนื่องจากเป็นโครงการที่มีการอนุมัติการสนับสนุนไปเมื่อไม่นานนี้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและแนวทางการสนับสนุนด้านพลังงานอย่างชัดเจน ซึ่งจะต้องติดตามรายละเอียดของนโยบายการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในปี 2560 อย่างแน่นอน
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ทิศทางการเติบโตของรถยนต์อีโคคาร์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการแนะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงและการออกแบบดีไซน์ที่ตอบโจทย์
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง รถยนต์อีโคคาร์ และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บี-เซ็กเมนต์) พบว่า อัตราการเติบโตของรถยนต์อีโคคาร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับรถยนต์นั่งที่อยู่ในระดับทรงตัว นั้นหมายความว่า พฤติกรรมผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อรถยนต์อีโคคาร์เพิ่มขึ้นทดแทนการเลือกซื้อรถยนต์นั่ง
นอกจากนี้ เหตุผลหนึ่งมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของรถยนต์อีโคคาร์ที่มีความใกล้เคียงกับรถยนต์บี-เซ็กเมนต์ ทั้งขนาดของห้องโดยสารและสมรรถนะการขับขี่ ที่ปัจจุบันอีโคคาร์มีความได้เปรียบเรื่องการประหยัดพลังงานและเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง แต่สามารถรักษาสมรรถนะการขับขี่ไว้ได้ ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจและความต้องการผู้บริโภคที่มีการเลือกซื้อรถยนต์ให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม
ดังนั้น จึงมองว่าส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์อีโคคาร์ในตลาดรถยนต์นั่งมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะในปี 2560 ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์มีแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด รวมถึงผู้เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์เฟส 2 อาจจะเห็นความเคลื่อนไหวจากการใกล้ครบกำหนดการเริ่มต้นการผลิตรถยนต์ในโครงการดังกล่าว
สำหรับการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลมองว่า จะไม่มีผลกระทบกับรถยนต์อีโคคาร์เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระดับราคาและความต้องการการใช้งานของผู้บริโภคจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งมองว่าส่วนหนึ่งที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการรถยนต์อีโคคาร์ 2 นั้น ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดมาจากการรอดูความชัดเจนของนโยบายการสนับสนุนของรัฐบาล
พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในอนาคตเชื่อว่า ต่อไปรถยนต์นั่งจะเปลี่ยนไปสู่รถยนต์อีโคคาร์ทั้งหมดเนื่องด้วยข้อกำหนดด้านการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ซึ่งภายในปี 2563 คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
ขณะที่ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศไทยให้ความสนใจมากและเป็นเทคโนโลยีในกระแสความสนใจของทั่วโลก แม้จะเป็นเทคโนโลยีในอนาคตบริษัทยืนยันว่า ไม่ได้มีการปิดกั้นแต่อย่างใด แต่ควรจะต้องปล่อยให้มีระยะเวลาการปรับตัวอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม จากการที่รัฐบาลได้เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือถืงแนวทางการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น รัฐบาลเป็นไปด้วยความเข้าใจและพร้อมที่จะปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์และนำข้อคิดเห็นของทุกฝ่ายไปพิจารณา
“ในฐานะผู้ประกอบการอยากให้รัฐบาลยึดมั่นในการสนับสนุนที่หนักแน่นและมีความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใดก็ตาม ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้รัฐบาลได้ตระหนักและมีความรอบคอบในการพิจารณาเพื่อให้เหมาะสมกับทุกฝ่าย” พิทักษ์ กล่าว
จากปัจจัยข้างต้นเห็นได้ว่าบทบาทของอีโคคาร์ในอนาคตจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ไม่แพ้กัน แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายยังรอดูความชัดเจนของการสนับสนุนนโยบายที่กังวลว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดมากน้อยแค่ไหน







