posttoday
เทรนด์โลก ป้องกันเลี่ยงภาษี

เทรนด์โลก ป้องกันเลี่ยงภาษี

29 ธันวาคม 2559

ใกล้สิ้นปีเข้ามาแล้ว หลายๆ บริษัทเริ่มประเมินผลประกอบการในปีที่ผ่านมาและจัดทำแผนการดำเนินงานปีใหม่ แน่นอนว่าแต่ละบริษัทมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาเหมือนหรือแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย แต่ปัจจัยหนึ่งที่จะเกี่ยวข้องกับทุกกิจการคือ เรื่องของภาษี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงในภาษีใหม่ๆ เพื่อขยายฐานภาษี หรือการแก้ไขกฎหมายภาษี

ใกล้สิ้นปีเข้ามาแล้ว หลายๆ บริษัทเริ่มประเมินผลประกอบการในปีที่ผ่านมาและจัดทำแผนการดำเนินงานปีใหม่ แน่นอนว่าแต่ละบริษัทมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาเหมือนหรือแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย แต่ปัจจัยหนึ่งที่จะเกี่ยวข้องกับทุกกิจการคือ เรื่องของภาษี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงในภาษีใหม่ๆ เพื่อขยายฐานภาษี หรือการแก้ไขกฎหมายภาษี

ทั้งนี้ ต้องติดตามดูกระแสของโลกว่าทิศทางภาษีจะไปในด้านใด ประเด็นร้อนที่ติดเทรนด์ทั่วโลกตอนนี้คือ มาตรการป้องกันการเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะกิจการใหญ่ๆ ข้ามประเทศที่มักจะมีการวางแผนภาษี ซึ่งอาจนำไปสู่การถ่ายโอนกำไรจากประเทศที่อัตราภาษีสูงไปประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำหรืออาจไม่เสียภาษีเลย ซึ่งกลุ่มประเทศในองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และ G20 ได้ร่วมหารือกันเพื่อดำเนินการหามาตรการป้องกันการวางแผนภาษีที่จะมีผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายกำไร เพื่อเสียภาษีในประเทศที่ภาระภาษีต่ำกว่า ซึ่งแผนปฏิบัติการที่กลุ่มประเทศเหล่านี้ได้ตกลงร่วมกันเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ทำให้ประเทศในกลุ่มนี้ต้องมีการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่ตกลงกัน

วันนี้ขอยก 3 เรื่องใหญ่ที่ควรพิจารณา เรื่องแรกคือ การใช้ Investment holding structure หลายๆ ครั้งที่มีการลงทุนไปต่างประเทศกิจการอาจจะวางแผนโดยใช้บริษัท Holding ซึ่งมักจะเลือกจัดตั้งในประเทศที่จัดตั้งไม่ยากและไม่ต้องเสียภาษีสำหรับเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทที่ไปลงทุนในประเทศอื่นๆ ซึ่งในเรื่องนี้ หลายๆ ประเทศต้องการให้มีกิจกรรมที่มากกว่าแค่การจัดตั้งบริษัทเพื่อมาถือหุ้น กล่าวคือ บริษัท Holding ดังกล่าวจะต้องมี Business substance ในประเทศนั้นด้วย ไม่ใช่แค่บริษัทกระดาษเพื่อใช้เป็นที่พักรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษี โดยเฉพาะประเทศที่มักจะถูกใช้เป็นบริษัท Holding เช่น เนเธอร์แลนด์ ก็มีการกำหนดกฎเกณฑ์เรื่อง Business substance อย่างเข้มงวด หากไม่เข้าเงื่อนไขก็อาจมีผลให้ไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้   

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศโดยไม่ได้เข้าไปในรูปแบบที่จัดตั้งภายใต้กฎหมายของประเทศนั้นๆ เช่น อาจจะแค่ส่งพนักงานขายเข้าไปดำเนินการส่งเสริมการขายสินค้า ซึ่งหลายๆ ประเทศมีแนวโน้มที่จะนับการเข้าไปดำเนินกิจการดังกล่าวว่าเป็นกิจการที่มีสถานประกอบการถาวรเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีให้แก่ประเทศนั้น แม้ว่าจะไม่ได้จัดตั้งในรูปนิติบุคคลในประเทศนั้นก็ตาม ครอบคลุมไปถึงการค้าขายในรูปอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งหลายๆ ประเทศ รวมทั้งไทยเองก็กำลังศึกษาว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีอย่างไรได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพราะการค้าที่ไร้พรมแดนในโลกดิจิทัล ทำให้มีคำถามว่าประเทศใดควรจะมีสิทธิเก็บภาษีจากการค้าไร้พรมแดนนี้ ก่อให้เกิดกระแสการทบทวนกฎหมายทั้งภายในและระหว่างประเทศเพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นในทิศทางใด 

สุดท้ายที่จะหยิบมาพูดถึงคือ เรื่อง Transfer Pricing ซึ่งยังเป็นกระแสที่ร้อนแรงในเรื่องของรายการระหว่างประเทศระหว่างบริษัทในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งไทยเองก็คาดว่าจะมีกฎหมายที่เกี่ยวกับ Transfer Pricing เป็นการเฉพาะออกมาเร็วๆ นี้ และอาจจะมีผลบังคับในปีหน้า สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งปัจจุบันอินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์มีกฎหมายนี้ใช้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับประเทศในยุโรปและอเมริกา รวมถึงประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ล้วนแต่มีกฎหมายนี้ใช้มานานแล้ว และกำลังจะเพิ่มความเข้มข้นของกฎหมายขึ้นอย่างแน่นอน ข้างต้นเป็นแค่บางเรื่องที่เป็นเทรนด์โลกเท่านั้น ในปีหน้าเราอาจได้เห็นเรื่องใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน