posttoday
KSLปี'59กำไรโต66%

KSLปี'59กำไรโต66%

29 ธันวาคม 2559

KSL ปี 2559 กำไรโต 66% ฟื้นตามราคาน้ำตาลตลาดโลกที่พุ่ง-ประเมินที่ดินใหม่ทำมีกำไร 850 ล้าน

KSL ปี 2559 กำไรโต 66% ฟื้นตามราคาน้ำตาลตลาดโลกที่พุ่ง-ประเมินที่ดินใหม่ทำมีกำไร 850 ล้าน

นายจำรูญ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานของบริษัทงวดปี 2559 (พ.ย. 2558-ต.ค. 2559) บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,426.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรสุทธิ 861.68 ล้านบาท

ทั้งนี้ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 66% เป็นผลมาจากในปี 2559 ราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้น หลังจากลงไปต่ำสุดที่ 10.13 เซนต์/ปอนด์ เมื่อครึ่งปีแรกปี 2558 ทำให้ราคาขายเฉลี่ยของบริษัทในปีนี้เพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำตาลทรายดิบส่งออกปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.7% จาก 1.06 หมื่นบาท/ตัน เป็น 1.18 หมื่นบาท/ตัน ราคาน้ำตาลทรายขาวรีไฟน์ส่งออกปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.6% จาก 1.37 หมื่นบาท/ตัน เป็น 1.48 หมื่นบาท/ตัน ส่งผลให้ราคาน้ำตาลในภาพรวมเพิ่มขึ้น 5.9% ขณะที่ราคาน้ำตาลในประเทศไม่เปลี่ยนแปลง ในทางกลับกันส่วนของต้นทุนในการผลิตก็เพิ่มขึ้นด้วยตามราคาน้ำตาล แต่การที่บริษัทมีประสิทธิภาพในการผลิตดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียง 4-5%

สำหรับปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้ปริมาณการขายน้ำตาลลดลง เพราะภัยแล้งทำให้อ้อยเข้าหีบลดลง 13% จาก 8.7 ล้านตัน ลดลงเหลือ 7.6 ล้านตัน และสินค้าคงคลังที่เหลือมาจากปีก่อนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณการขายลดลง 8.1% จาก 8.95 แสนตัน ในปี 2558 เหลือ 8.23 แสนตัน

ขณะที่การขายเอทานอลลดลงจาก 97.12 ล้านลิตร เหลือ 85.44 ล้านลิตรภัยแล้งแถบ จ.กาญจนบุรี ทำให้น้ำไม่เพียงพอต่อการเดินเครื่องจักรต้องหยุดผลิต 3 เดือน นอกจากนี้ราคาขายลดลงเหลือ 23.56 บาท/ลิตร จากราคามันสำปะหลังตกต่ำ ส่วนไฟฟ้าชีวมวลมีผลประกอบการลดลงมาจากราคาขายและปริมาณขายที่ลดลง และภัยแล้งทำให้ทั้งอ้อยและมันสำปะหลังลดลง ส่งผลให้การผลิตไฟลดลง 8.3% จาก 3 แสน MWhr ในปี 2558 เหลือ 2.75 แสน MW hr ในปี 2559 ราคาขายไฟฟ้าลดลง 12.8% จาก 3,368 บาทต่อ MWhr เหลือ 2,935 บาทต่อ MWhr

นายจำรูญ กล่าวว่า ปี 2559 ราคาที่ดินสูงขึ้นตามราคาประเมินของหน่วยงานราชการ จึงได้ทำการประเมินที่ดินส่วนที่ใช้งาน ที่ดินไม่ใช้งาน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนใหม่ให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ในส่วนของอสังหาฯ เพื่อการลงทุนได้เปลี่ยนนโยบายการบันทึกมูลค่าอสังหาฯ เพื่อการลงทุนในงบการเงิน จากเดิมบันทึกมูลค่าที่ราคาทุนเป็นการวัดค่าโดยแสดงตามมูลค่ายุติธรรมซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินอิสระส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมเพื่อการลงทุนหลังหักภาษี 910.62 ล้านบาท บันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์หลังภาษี 60.60 ล้านบาท ทำให้มีกำไร 850 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นปีบริษัทมีทรัพย์สิน 3.87 หมื่นล้านบาท หนี้สินรวม 2.17 หมื่นล้านบาท ส่วนผู้ถือหุ้น 1.66 หมื่นล้านบาท หนี้ต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.30 เท่า และอัตราหนี้ต่อที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น 1.13 เท่า มีเงินสดรับที่ได้จากการดำเนินกิจการ 4,012 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน