
ซีพีทุ่มซื้อธุรกิจสหรัฐ
ซีพีเอฟจัดหนัก 3.8 หมื่นล้าน เข้าซื้อกิจการเบลลิซิโอ ธุรกิจแช่แข็งสหรัฐ เป็นการซื้อธุรกิจอาหารในตลาดสหรัฐเป็นครั้งแรกของบริษัท
ซีพีเอฟจัดหนัก 3.8 หมื่นล้าน เข้าซื้อกิจการเบลลิซิโอ ธุรกิจแช่แข็งสหรัฐ เป็นการซื้อธุรกิจอาหารในตลาดสหรัฐเป็นครั้งแรกของบริษัท
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ ประกาศว่าได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท เบลลิซิโอ ฟู้ด อิ้งค์ จากบริษัท เซ็นเตอร์ พาร์เนอร์ เมเนจเม้นท์ แอลแอลซี ตามเงื่อนไขที่ได้รับการเห็นชอบแล้วจากคณะกรรมาธิการการค้าและกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ โดยซีพีเอฟได้ซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เบลลิซิโอ ด้วยมูลค่า 3.87 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ นับเป็นการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทอาหารแช่แข็งที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐ กับบริษัทผู้ผลิตอาหารครบวงจรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของประเทศไทย เบลลิซิโอเป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารแช่แข็งแบบ Single Serve ภายใต้ตราสินค้า มิชิลิน่าส์ แอทคินส์ บอสตัน มาร์เก็ต ชิลีส์ อีทติ้งเวล และอีท ขณะเดียวกันยังเป็นผู้ผลิตร่วมสินค้าภายใต้แบรนด์ของลูกค้าและผู้ประกอบการธุรกิจอาหารต่างๆ
ขณะที่ซีพีเอฟเป็นผู้ประกอบการ เกษตรอุตสาหกรรมชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องของโภชนาการอาหารปลอดภัย โดยธุรกิจของบริษัทครอบคลุมฟาร์มปศุสัตว์ (หมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และเป็ด) สัตว์น้ำ (กุ้ง และปลา) นอกจากนี้ ยังทำธุรกิจครบวงจรที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารสัตว์ พันธุ์สัตว์ ฟาร์มปศุสัตว์ การแปรรูปเนื้อสัตว์ อาหารกึ่งสำเร็จรูป และเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จ ผลิตภัณฑ์อาหาร อาหารพร้อมรับประทาน และยังรวมถึงเนื้อสัตว์ การส่งสินค้าให้กับผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบการภัตตาคารอาหาร
"ตื่นเต้นและยินดีที่สุดกับการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับซีพีเอฟ ซึ่งจะส่งผลต่อศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจและการเติบโตของเบลลิซิโอ โดยซีพีเอฟเป็นบริษัทที่มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่น ซึ่งเราสามารถแบ่งปันประสบการณ์ที่มีค่าในเรื่องของคุณภาพและนวัตกรรมด้วยกัน" นายโจแอล คอนเนอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเบลลิซิโอ กล่าว
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า การควบรวมกิจการในครั้งนี้จะทำให้สามารถบุกตลาดอเมริกาเหนือและสร้างสรรค์สินค้าเพื่อผู้บริโภคในสหรัฐ ขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นด้วย
นายอดิเรก คาดว่ารายได้ปี 2559 ของซีพีเอฟจะทำได้ 4.5 แสนล้านบาท เติบโต 12% จากปีก่อน สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโต 10% และในปี 2560 คาดว่ารายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% มาอยู่ที่ 5 แสนล้านบาท และคาดว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า รายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี
ราคาหุ้น CPF ปิดที่ 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.68%







