posttoday
AUทำสถิติไอพีโอปีนี้

AUทำสถิติไอพีโอปีนี้

24 ธันวาคม 2559

เข้าmaiวันแรกพุ่ง200% ธุรกิจเป็นที่รู้จัก กำไรโต

เข้าmaiวันแรกพุ่ง200% ธุรกิจเป็นที่รู้จัก กำไรโต

โพสต์ทูเดย์ - หุ้นไอพีโอ AU ร้อนฉ่าซื้อขายวันแรกซิลลิ่ง 200% ทำสถิติหุ้นใหม่ที่ราคาพุ่งสูงสุดของปี เหตุนักลงทุนเข้าใจธุรกิจ-แนวโน้มเติบโตเด่น

บริษัท อาฟเตอร์ ยู (AU) เปิดซื้อขายหุ้นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หลังเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 165 ล้านหุ้น ที่ราคา 4.50 บาท ซึ่งเปิดตลาดครั้งแรกที่ 11.50 บาท และปิดตลาด 13.50 บาท เพิ่มขึ้น 9 บาท หรือ 200%

นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการ ผู้จัดการ นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ mai และนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ให้ข้อมูลว่า ราคาหุ้น AU เปิดซื้อขายในตลาด mai วันแรก ราคาพุ่งแรงที่สุดของปีนี้ โดยทำราคาสูงขึ้นถึง 155% จากราคาที่เสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ทำให้สัดส่วนราคาต่อกำไร(พี/อี) ปัจจุบัน เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 100 เท่า จากก่อนหน้าอยู่ที่ 37 เท่า เพราะนักลงทุนความมั่นใจเข้ามาลงทุน จากรายได้เติบโตสูงปีละ 40-50% อัตรากำไรสุทธิที่สูง และมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

“ตกใจที่ซื้อขายวันแรกราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง คาดว่าเกิดจากนักลงทุนเข้าใจธุรกิจของบริษัท และแนวโน้มการเติบโตที่ดี จึงทำให้นักลงทุนมั่นใจเข้ามาลงทุน” นายแม่ทัพ กล่าว

บริษัทคาดว่ารายได้ปี 2560 จะเติบโต 40% จากปีนี้ เนื่องจากมีแผนเปิดสาขาใหม่ 5-7 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด พร้อมกับการเพิ่มรายการสินค้าใหม่ โดยตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30% และอัตรากำไรสุทธิที่ 17% จากการควบคุมค่าใช้จ่าย

สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 734 ล้านบาท จะใช้รองรับการขยายธุรกิจของบริษัทได้ 3 ปี โดยปี 2560 มีแผนใช้งบลงทุนรวมจำนวน 200 ล้านบาท แบ่งเป็น ใช้ขยายกำลังการผลิต 40% สร้างอาคารสำนักงาน ศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน 30% เปิดสาขาใหม่ 15% และอีก 15% ลงทุนปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้ทันสมัย และที่เหลือใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียน และบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเปิดสาขาในต่างประเทศแถบเอเชีย อย่างไรก็ตามปีหน้าจะยังไม่เห็นการเปิดสาขาต่างประเทศเพราะต้องใช้เวลา

ทั้งนี้ ช่วงเช้ามีผู้ถือหุ้นเดิมที่นำหุ้นมาเสนอขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) 52.5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 7.2% ของหุ้นจำหน่ายแล้วทั้งหมด ขายให้กับนักลงทุนสถาบัน โดยได้ทำรายการแล้วในช่วงเปิดการซื้อขาย ซึ่งผู้ถือหุ้นเดิม AU จำนวน 5 ราย ที่นำหุ้นมาขายบิ๊กล็อตประกอบด้วย น.ส.กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ 26.25 ล้านหุ้น หรือ 3.6% นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ 22.05 ล้านหุ้น หรือ 3% นายมิลล์ กนกวัฒนาวรรณ จำนวน 1.31 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.2% น.ส.กนิษฐะวิริยา ต.สุวรรณ จำนวน 1.57 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.2%

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มีมุมมองเชิงบวกในระยะ 1-2 ปี ทั้งในด้านฐานะทางการเงินและการตลาด ซึ่งเห็นได้ชัดจากการเปิดให้บริการคาเฟ่ขนมหวานเพียง 9 ปี โดยระยะสั้นมองว่าราคาหุ้นจะไปได้ดี เนื่องจากจำนวนหุ้นถึงมือประชาชนทั่วไปเพียง 64 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นเพียง 8.8% ของหุ้นทั้งหมด ประกอบกับอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังสูงถึง 48% และมีกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 64% ขณะที่ภาพในปี 2560-2561 ยังดูดี เนื่องจากจำนวนสาขายังถือว่าต่ำและมีโอกาสขยายอีกมากกว่า 15-20 สาขา ทำให้ระยะสั้น-กลางของ AU น่าสนใจ และคาดว่ารายได้จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปี (2559-2561) เติบโต 30% เพราะมีสาขา 20 สาขา หากใช้สมมติฐานการขยายสาขาใหม่ปีละ 5 สาขา

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน