
ดราม่าอูเบอร์ไทย (1)
ชีวิตคนเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและคาดหวังกับการเดินทางที่ีสะดวกสบาย รวดเร็วไม่ต้องรอ ถูกทำให้กลายเป็นความจริงแล้ว เมื่อมีแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Uber App เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2557 คนเมืองอย่างเรามีโอกาสใช้รถยนต์ส่วนตัวที่สะดวกในชื่อที่เรียกว่า อูเบอร์แท็กซี่ แม้จะมีความคล้ายคลึงกับแท็กซี่มิเตอร์ แต่ Uber ไม่ใช่บริการรถแท็กซี่ แต่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่คุณมีสิทธิเรียกใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ชีวิตคนเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและคาดหวังกับการเดินทางที่ีสะดวกสบาย รวดเร็วไม่ต้องรอ ถูกทำให้กลายเป็นความจริงแล้ว เมื่อมีแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Uber App เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2557 คนเมืองอย่างเรามีโอกาสใช้รถยนต์ส่วนตัวที่สะดวกในชื่อที่เรียกว่า อูเบอร์แท็กซี่ แม้จะมีความคล้ายคลึงกับแท็กซี่มิเตอร์ แต่ Uber ไม่ใช่บริการรถแท็กซี่ แต่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่คุณมีสิทธิเรียกใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
วันนี้มีข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมายเรื่อง Uber เป็นจำนวนมากมาย ว่าไม่ปลอดภัยบ้าง ใครก็ไม่รู้มาขับบ้าง เกิดความไม่ไว้ใจบ้าง อันที่จริงมันก็ไม่ต่างอะไรจากแท็กซี่ธรรมดา ทุกอย่างมันอยู่ที่คนขับแท็กซี่หรือ Uber เพราะต่างก็ต้องมีกฎหมายคุ้มครองเหมือนกัน แต่ Uber เกิดจากการที่ประชาชนเรียกร้องความต้องการยามที่ถูกปฏิเสธการให้บริการ เช่น “พี่ไม่ไป-พี่ต้องส่งรถ-แก๊สพี่หมด-ไกลบ้างไม่คุ้มบ้าง” ในขณะที่มีการใช้บริการของ Uber ในอีกมุมหนึ่งกล่าวว่าทั้ง UberX และ Uberblack ยังไม่เคยเจอคนขับคนไหนที่ว่า “ไม่ปลอดภัย” หรือ “ปฏิเสธการให้บริการ” คนขับรถ UberX ส่วนมากจะเป็นเจ้าของรถเอง ที่นำรถออกมาขับเพื่อหารายได้พิเศษ ทาง Uber ก็มีประวัติของคนขับ ขอรับประกันว่าปลอดภัย เข้าทำนอง “ไม่มีผู้ใดทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง” แน่นอน แล้วอีกประเด็นที่ดราม่ากันก็คือ ความลักลั่นของกฎหมายที่มี พระราชบัญญัติอันโบราณและเก่าแก่ ประกอบกับการเข้ามาของ Uber ทำให้ผู้ประกอบการแท็กซี่และผู้หาเช้ากินค่ำด้วยการขับแท็กซี่ออกมาต่อต้านกันอย่างมากมาย
บริษัท อูเบอร์ (ประเทศไทย) เข้าพบออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม ว่า ทาง Uber ได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถเปิดใช้บริการในประเทศไทยได้ ภายหลังกรมการขนส่งทางบกได้สั่งงดให้บริการ ซึ่งประเด็นดังกล่าวทางกระทรวงคมนาคมยืนยันว่า ทาง Uber จะต้องทำตามกฎหมายของไทยเท่านั้น จะต้องลงทะเบียนผู้ขับขี่ให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถให้บริการได้ โดย รมช.คมนาคม ได้สั่งให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ในการหารือร่วมกับ Uber เพื่อหาทางออกร่วมกันว่าจะสามารถเปิดให้บริการในไทยได้หรือไม่ โดยกรณีการแก้ไขกฎหมายนั้น ยอมรับว่าสามารถทำได้ แต่จะต้องรวบรวมข้อมูลผลการศึกษามีเหตุผลที่เหมาะสม และข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นกับ Uber ทั่วโลกมาประกอบ และที่สำคัญทาง Uber จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของไทยเท่านั้น
นอกจากนี้ Uber ยังอยู่ระหว่างการสั่งห้ามเปิดให้บริการ ซึ่งหากฝ่าฝืนจะดำเนินการจับกุมและลงโทษตามกฎหมายทันที ซึ่ง Uber ส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการรถแท็กซี่ในรูปแบบเดิมๆ เราจึงเห็นข่าวสมาคมแท็กซี่ในเมืองใหญ่ทั่วโลกออกมาประท้วง Uber กันมากมาย เช่น สมาคมแท็กซี่ลอนดอน รวมตัวประท้วง Uber สหภาพแท็กซี่ของกรุงไทเปปิดถนนประท้วง Uber คนขับรถแท็กซี่ในยุโรปเตรียมปิดถนนประท้วง Uber เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ไทยเรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบกปราบปราม Uber
นอกจากความไม่พอใจของคู่แข่งธุรกิจโดยตรงแล้ว ในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลโดยรัฐอย่างเข้มงวด ซึ่งประเด็นสำคัญที่เป็นสาระของกฎหมายนั่นคือ คนขับรถสาธารณะทุกชาติ ต้องไปจดทะเบียน ต้องเสียภาษีรถสาธารณะ ต้องมีการสอบใบขับขี่สาธารณะ ต้องเก็บค่าบริการตามที่รัฐกำหนด เพื่อป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ต้องทำประกันภัยรถสาธารณะ ที่ให้ความคุ้มครองผู้โดยสารเป็นพิเศษ แต่ Uber ขัดข้อกฎหมายเหล่านี้ทั้งหมด เมื่อไม่มีค่าใช้จ่ายเหล่านี้ คนขับ Uber ก็ย่อมได้เปรียบคนขับรถสาธารณะรายอื่นๆ เพราะต้นทุนถูกกว่า จึงเก็บค่าบริการตัดราคาได้ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันไม่เป็นธรรม จึงเกิดการประท้วงทั่วโลก
ถ้าทุกคนเชื่อว่า Uber ดีกว่า ทำไมมาเรียกร้องให้เปลี่ยนกฎหมายให้ Uber เพียงรายเดียว ตรรกะมันกลับกัน ทำไมไม่เรียกร้องให้ Uber ทำตามกฎหมาย ทำไมไม่ให้รถ Uber ไปจดทะเบียนและเสียภาษีให้ถูกต้อง ทำไมไม่เรียกร้องให้คนขับ Uber ไปสอบใบขับขี่สาธารณะ ทำไมไม่ให้ Uber ทำประกันรถสาธารณะ ถ้าระบบดีอยู่แล้ว Uber ทำให้รถในสังกัดถูกกฎหมายแล้ว ทีนี้ด้วยบริการที่ดี คนก็ย่อมอุดหนุน แท็กซี่รายอื่นๆ ก็ต้องปรับตัวอยู่ดี เพียงแต่ขอให้ทำให้ถูกกฎหมายเท่านั้น
(อ่านต่อฉบับหน้า)







