
การทางฯย้ำค่า‘อีซี่พาส’ ถูกที่สุดแล้ว
พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า การเก็บเงินค่าบัตรและค่ามัดจำบัตรผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ หรือบัตรอีซี่พาสนั้น ไม่ได้เป็นการเอาเปรียบประชาชน เพราะในหลายประเทศในภูมิภาคนี้ก็มีการจัดเก็บเงินค่ามัดจำบัตร บางแห่งมีการจัดเก็บค่าบริการรายเดือนต่างหาก และส่วนใหญ่จะเก็บในอัตราที่สูงกว่าที่ กทพ.จัดเก็บในขณะนี้ ส่วนปัญหาการจราจรติดขัดนั้นจะนัดหารือกับตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ในวันที่ 7 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ จากข้อมูลประเทศออสเตรเลียเก็บค่ามัดจำบัตร 50 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 1,400 บาท และเสียค่าบริการรายเดือน 500 บาท และประเทศสเปนเก็บค่ามัดจำ 1,500 บาท ประเทศมาเลเซีย เก็บค่ามัดจำบัตร 1,230 บาท และต้องเติมขั้นต่ำ 1,000 บาท ประเทศสิงค์โปร์บัตรจะขายขาดในราคา 2,800 บา ท และค่าติดตั้ง 500 บาท ส่วนประเทศญี่ปุ่น เสี่ยค่าบัตรในอัตราที่สูงกว่าและต้องเสียค่าวาง ระบบอีกด้วย ส่วนประเทศไทยเก็บค่ามัดจำ 1,000 บาท และคืนเงินให้เต็มจำนวนเมื่อนำบัตรมาคืน
สำหรับต้นทุนค่าบัตรอีซี่พาสในส่วนที่เป็นตัวหัวอ่านติดกับรถนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาท ยังไม่รวมค่าบัตรสมาร์ตการ์ด ซึ่งรวมแล้วต้นทุนก็เกินกว่า 1,000 บาทแล้ว และเมื่อใช้งานไป 67 ปี กทพ.จะต้องรับภาระในการเปลี่ยนถ่านให้กับผู้ซื้อบัตรฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และบัตรที่ชำรุดก็สามารถนำมาเปลี่ยนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ขณะที่เงินค่ามัดจำนั้น กทพ.จะนำเงินส่วนนี้แยกบัญชีต่างหาก และยังไม่ได้กำหนดว่าจะดำเนินการอย่างไรส่วนการลงทุนนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ กทพ.รับผิดชอบ ประกอบด้วย ทางพิเศษ เฉลิมหมานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) ทางด่วนสายบางพลีสุขสวัสดิ์ ทางด่วนบูรพาวิถี (ทางด่วนบางนาชลบุรี) ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทราอาจณรงค์) ส่วนที่เอกชนรับผิดชอบโดยบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (บีอีซีแอล) เป็นผู้ลงทุน ก็คือ ทางพิเศษด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2 บางโคล่แจ้งวัฒนะ) ในการจัดทำบัตรกำหนดไว้ 3 แสนใบ แบ่งเป็น ทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 อย่างละ 1 แสนใบ ทางด่วน สายลบางพลีสุขสวัสดิ์ 7 หมื่นใบ และทางด่วนบูรพาวิถี 3 หมื่นใบ การจำแหน่าจะมีการแยกกันรับผิดชอบตามที่ได้แต่ละฝ่ายได้ลงทุนไป ในระบบจะมีบัตรของ กทพ.และบีอีซีแอล
สำหรับระบบอีซี่พาสที่ใช้นั้นเป็นระบบกลางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล คือ ระบบ FKS ที่มีสวีเดนเป็นแกนนำ และระบบคิวฟรีจากนอร์เวย์ ทั้งสองระบบสามารถเชื่อมโยงการทำงานได้ และเป็นระบบกลางที่ได้รับการยอมรับจากยุโรปอาจมีอุปสรรคในการใช้งานในช่วงเริ่มแรก เนื่องจากมีปริมาณการใช้งานเพิ่มจำนวนมากขึ้นจากเริ่มแรนก 4
– 6 หมื่นเที่ยวต่อวัน เมื่อเปิดเต็มระบบตั้งแต่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา มียอดใช้บริการเพิ่มเป็น 160,000 เที่ยวต่อวัน ในขณะเดียวกันมีกากรปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องบัตรไม่อ่านข้อมูล หรือเป็นบัตรที่ใช้ในช่วงทดลอง เป็นบัตรที่ไม่อยู่ในบัญชีการใช้งาน ส่วนเรื่องความถูกต้องการตัดบัญชีหรือตัดยอดค่าผ่านทางนั้นมีความแม่นยำถูกต้อง แต่อาจมีความผิดพลาดที่เครื่องแสดงยอดค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งใช้ทางสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซด์ของ กทพ.ได้ปัญหาเรื่องการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่วนนั้น สภาพปกติก็มีปัญหารถติดอยู่แล้ว ส่วนการจัดตั้งด่านเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติก็จัดอย่างเหมาะสม จุดที่มีด่านเก็บค่าผ่านทางไม่เกิน 5 ช่องจะมีด่านเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติเพียง 1 ด่าน และ 5 ช่องขึ้นไป จะมีด่านเก็บเงินอัตโนมัติ 2 ช่อง เพราะเป้าหมายหลักด่านเก็บเงินอัตโนมัติคือให้บริการและผ่านไปได้ทันทีโยไม่ต้องมีการรอคิว ทำให้มีการร้องเรียนว่าไม่มีผู้ใช้บริการด่านเก็บเงินอัตโนมัติ ซึ่งไม่เป็นความจริง และหลังจากนี้จะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการกับผู้ใช้ทางที่ไม่ได้ใช้บริการจัดเก็บค่าทางอัตโนมัติเข้ามาใช้ในช่องดังกล่าว โดยมักจะอ้างว่าไม่รู้ เข้าช่องผิด จะเริ่มเข้มงวดในการปรับ หลังจากที่ผ่านมาได้มีการผ่อนผันมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งจะหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทีเกี่ยวข้องในวันที่ 7 ก.ย.นี้อีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ สำหรับด่านสุขุมวิทและด่านพระราม4 ช่องทางไปยังด่านเก็บเงินระยะทางค่อนข้างสั้นนั้น ได้มีการผ่อนผันให้จ่ายค่าผ่านทางบริเวณด่านเก็บเงินอัตโนมัติได้เฉพาะชั่วโงเร่งด่วนเท่านั้น ส่วนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอให้มีการผ่อนฝันทุกด่านในชั่วโมงเร่งด่วนนั้น คงจะต้องมาพิจารณา เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็จะไม่มีเหตุจูงใจให้ผู้ใช้บริการหันมาใช้บริการเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ ทั้งที่ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัตินั้น ให้บริการได้ไม่น้อยกว่า 700
– 800 คันต่อชั่วโมง และสูงสุดได้ 1,200 – 1,300 คันต่อชั่วโมง ในขณะที่ระบบเก็บค่าผ่านทางปกติ ให้บริการได้ชั่วโมงละ 400 – 450 คันเท่านั้น






