
บสย.เร่งค้ำกลุ่มนันแบงก์
เปิดแผน บสย.ปี 2560 ลุยค้ำประกันสินเชื่อนันแบงก์ หนุนรายย่อย ดึงเกาหลี-ญี่ปุ่น เกาะเทรนด์เอสเอ็มอีนวัตกรรม รับไทยแลนด์ 4.0
เปิดแผน บสย.ปี 2560 ลุยค้ำประกันสินเชื่อนันแบงก์ หนุนรายย่อย ดึงเกาหลี-ญี่ปุ่น เกาะเทรนด์เอสเอ็มอีนวัตกรรม รับไทยแลนด์ 4.0
นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ในปี 2560 บสย.เตรียมแผนกระตุ้นการค้ำประกันสินเชื่อร่วมกับพันธมิตรธนาคารรัฐ ธนาคารเอกชน และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) เพื่อผลักดันวงเงินค้ำประกันสินเชื่อให้ถึง 1 แสนล้านบาท และอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อใหม่ประมาณ 7 หมื่นราย
สำหรับยอดค้ำประกันปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ธ.ค. มียอดค้ำประกันสินเชื่อแล้ว 8.45 หมื่นล้านบาท และจำนวน 5.1 หมื่นราย คาดถึงสิ้นปีนี้ยอดสินเชื่อจะถึง 8.6 หมื่นล้านบาท จำนวน 5.6 หมื่นราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจบริการ ธุรกิจผลิตสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม และการเกษตร
นายนิธิศ กล่าวว่า ความคืบหน้าการขยายธุรกิจ หรือค้ำประกันการปล่อยสินเชื่อของกลุ่มนันแบงก์ คาดว่าในเดือน มี.ค. 2560 จะได้ข้อสรุปถึงแนวทางปฏิบัติ และการแก้กฎหมายที่จะให้ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อกับนันแบงก์ได้ ล่าสุดร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนแนวทางปฏิบัติได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เช่น สมาคมธุรกิจเช่าซื้อ สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจแฟคตอริ่ง และสมาคมปล่อยกู้ทางธุรกิจ ซึ่งพบว่ามีขนาดธุรกรรมถึง 1.1 ล้านล้านบาท และจำนวน 1 ล้านราย
"เมื่อ บสย.เข้าไปช่วยค้ำประกันสินเชื่อนันแบงก์เพื่อลดความเสี่ยง การเก็บค่าธรรมเนียมจะลดลง ส่งผลดีต่อผู้กู้" นายนิธิศ กล่าว
นอกจากนี้ บสย.ยังได้ร่วมมือกับ KOTEC หรือ Korea Technology Finance Corporation หน่วยงานในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ (โนว์ฮาว) ด้านเทคโนโลยีการันตี ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม ซึ่งเป็นกระแสธุรกิจโลกในปัจจุบัน และรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมถึง บสย.ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับ Japan Finance Corporation หรือ JFC เพื่อจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (เรตติ้ง) เอสเอ็มอี เพื่อพิจารณาการค้ำประกันสินเชื่อในอนาคต
ขณะที่แผนงานในปี 2560 บสย.จะเดินหน้าภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1.ยุทธศาสตร์การขยายฐานลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน โดยให้ความสำคัญกับรายย่อย 2.ยุทธศาสตร์การสนับสนุนด้านความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (Financial Literacy) ตั้งเป้าเอสเอ็มอีเข้าร่วมกิจกรรม 8,000 ราย และ 3.ยุทธศาสตร์การวางระบบบริหารจัดการภายในให้มีประสิทธิภาพทั้งในส่วนการตามหนี้และเก็บหนี้
ทั้งนี้ มีแผนช่วยเหลือและกระตุ้นการจ่ายคืนหนี้ของผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและลดปัญหาหนี้เสีย โดยจะเพิ่มการผ่อนปรนดอกเบี้ยและระยะเวลาการเก็บหนี้ ซึ่งปัจจุบันมีหนี้ค้างประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท เพื่อจูงใจเร่งจ่ายหนี้ ซึ่งตั้งเป้าว่าจะช่วยเพิ่มยอดตามหนี้ได้ 400 ล้านบาท







