
ปีวอกผ่านไป ปีไก่กำลังจะมา ความเสี่ยงและโอกาสอยู่ที่ไหน?
เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งเดือน เราก็จะย่างเข้าสู่ปี 2560 กันแล้ว มุมมองการลงทุนในปี 2560 จะเป็นอย่างไร มีอะไรที่น่าสนใจ อะไรที่ต้องระวัง เราไปนั่งสนทนากันกับสองหนุ่มพ่อลูกอ่อน
เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งเดือน เราก็จะย่างเข้าสู่ปี 2560 กันแล้ว มุมมองการลงทุนในปี 2560 จะเป็นอย่างไร มีอะไรที่น่าสนใจ อะไรที่ต้องระวัง เราไปนั่งสนทนากันกับสองหนุ่มพ่อลูกอ่อน
เจษฎา : ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในปี 2559 ที่กำลังผ่านไป มันยังไม่ถึงจุดแตกหัก แต่ก็ไม่ได้รับการแก้นะ เลยยกยอดเป็นความเสี่ยงในอนาคต ที่ยังมีเวลาให้จับตาว่า จะพัฒนาใหญ่ขึ้นไหมในอนาคต
ชยนนท์ : งั้น ความเสี่ยงอะไรบ้างที่ยังคงอยู่ในปี 2560
เจษฎา : เรื่องแรกเลย ต้นปีเราต้องไปจับตาถ้อยแถลงนโยบายของทรัมป์ว่าจะดำเนินนโยบายในทิศทางไหน ใช่แบบที่หาเสียงไว้ตอนเลือกตั้งหรือเปล่า? เจเน็ต เยลเลนเอง ก็มองว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่ยังมีความไม่แน่นอนสูงอยู่
ชยนนท์ : วันก่อนในบลูมเบิร์ก ซึ่งมีทำโพลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ว่า อะไรคือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าที่เขากังวล ปรากฏว่า อันดับหนึ่ง กลับไม่ใช่นโยบายของทรัมป์นะ แต่เป็นการเลือกตั้งใหญ่ในเยอรมนีและฝรั่งเศส ส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่า จะเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองครั้งใหญ่ใน 2 ประเทศมหาอำนาจใหญ่ของยูโรโซน ซึ่งจะทำให้สถานะของสหภาพยุโรปมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
เจษฎา : แต่จากประวัติศาสตร์ในตลาดหุ้นนะ การปรับฐานในตลาดหุ้นหนักๆ มักไม่ได้เกิดจากวิกฤตฟากการเมือง หากแต่เป็นด้วยปัจจัย 1 ใน 4 อย่าง คือ 1) เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้กำไรสุทธิจดทะเบียนลดลง 2) เกิดฟองสบู่ในสินค้าโภคภัณฑ์ 3) เกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้น หรือ 4) การดำเนินนโยบายการเงินแบบเชิงรุกของธนาคารกลาง
ชยนนท์ : แต่ถ้ายูโรแตกจริง ผมว่าน่าจะเกี่ยวกับตลาดหุ้นนะครับ เอาเถอะ แต่ดูจาก 4 ปัจจัยที่คุณยกขึ้นมา ผมว่า มีแค่ “ฟองสบู่ในตลาดหุ้น” ที่อาจดูน่ากังวลหน่อย
เจษฎา : ใช่ครับ ราคาน้ำมันก็ยังอยู่ในระดับต่ำ สินค้าโภคภัณฑ์ถึงจะเริ่มฟื้น แต่ก็ยังห่างจากระดับสูงสุดก่อนเกิดวิกฤต 8 ปีก่อน ธนาคารกลางทั่วโลกก็ไม่ได้มีใครอยากขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ ต่างคนต่างระมัดระวังกันหมด ส่วนเรื่องยูโรโซนแตกไม่แตก เราก็เห็นตัวอย่างมาแล้วจากเบร็กซิตที่ยังมีกระบวนการอีกหลายอย่าง ไม่ใช่อยากออกแล้วจะสามารถออกได้เลยทันที ดังนั้นมันยังมีเวลา
ชยนนท์ : ถ้างั้นก็กลับไปที่นโยบายของทรัมป์สินะ ว่า นโยบายอย่างลดภาษีนิติบุคคล จะทำจริงไหม เพราะถ้าทำจริง หุ้นอเมริกาคงวิ่งทำ New High ไปเรื่อยๆ เหรียญสหรัฐก็น่าจะแข็งขึ้นอีก ผมมองว่าตลาดหุ้นยูโรโซน กับญี่ปุ่น ได้ประโยชน์เต็มๆ นะ พยายามอัดฉีดเงินมาแทบตาย ค่าเงินก็ยังอ่อนค่าได้ช้า แต่พอทรัมป์มาเท่านั้นละค่าเงินอ่อน ตลาดหุ้นก็ดูดีขึ้นมาเลยทันที
เจษฎา : สำหรับตลาดหุ้นยุโรป ก็ยังต้องดูการเลือกตั้งนะครับ อีกสินทรัพย์ที่น่าสนใจคือ ราคาทองที่ปรับฐานลงมาต่ำกว่า 1,150 เหรียญสหรัฐ ก็น่าสนใจทยอยสะสมเข้าพอร์ตทีละน้อยๆ ไป ยังไงค่าเงินเหรียญสหรัฐไม่แข็งค่าทางเดียวตลอดไปหรอกครับ
ชยนนท์ : ผมกลับไม่กล้าลงทุนทองเพิ่มแล้วนะ ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง หรือ 4 ครั้งปีหน้า ทองอาจจะลงมาที่จุดต่ำสุดเดิม ถึงตรงนั้นค่อยทยอยสะสม อาจจะดีกว่า ในขณะที่ตลาดหุ้นไทย ดูจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นหลายทางที่ทำให้การบริโภคดีขึ้น และปีหน้า การลงทุนภาครัฐก็น่าจะเป็นเนื้อเป็นหนังมากขึ้น หุ้นไทยดูมีความหวังว่า ปีไก่ จะเป็นปีที่สดใสทีเดียว







