
‘บีเอสอาร์’ ทุ่มแสนล. ลุยรถไฟฟ้า
กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ประกาศความพร้อมลงทุนแสนล้านรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลือง
กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ประกาศความพร้อมลงทุนแสนล้านรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลือง
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทมีความพร้อมในการลงทุน 2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยเบื้องต้นต้องใช้เงินทุนจดทะเบียนในกิจการร่วมค้า 2.8 หมื่นล้านบาท และเงินลงทุนอีก 7.2 หมื่นล้านบาท ที่มาจากการกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือการระดมทุนจากตลาดทุนในรูปแบบอื่น ที่รัฐบาลต้องทยอยใช้คืนภายในระยะเวลา 10 ปี
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นการลงทุนในลักษณะ PPP Net Cost โดยภาครัฐลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับการก่อสร้างงานโยธา รวมทั้งให้เงินสนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธา จำกัดวงเงินสนับสนุนสำหรับสายสีชมพูไว้ไม่เกิน 20,135 ล้านบาท และสายสีเหลืองไม่เกิน 22,354 ล้านบาท และเอกชนผู้รับสัมปทานจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธา จัดหาระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า โดยวงเงินลงทุนทั้งหมดสำหรับสายสีชมพู 53,490 ล้านบาท และสายสีเหลือง 51,810 ล้านบาท
ทั้งนี้ สัญญาสัมปทานจะมีอายุ 33 ปี 3 เดือน โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี ผู้รับสัมปทานจะมีหน้าที่ในการเดินรถและซ่อมบำรุงรักษาระบบตลอดอายุสัมปทาน ตลอดจนจัดเก็บรายได้จากค่าโดยสารและรายได้จากกิจการเชิงพาณิชย์อื่นๆ ในระบบ โดยจะมีการแบ่งรายได้ให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
นายคีรี กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองเมื่อแล้วเสร็จในปี 2563 จะทำให้จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าภายใต้สัมปทานของบีทีเอสเพิ่มเท่าตัวอยู่ที่ 1.7-2 ล้านคน/วัน และทำให้รายได้ในปี 2563 เพิ่มเท่าตัวหรือ 2.2 หมื่นล้านบาท จากงวดปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้ราว 1-1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่าจำนวนผู้โดยสารจะสามารถเติบโตได้ตามคาดการณ์เดิมที่ 4-6%
นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า งวดปี 2560 บริษัทต้องใช้เงินลงทุน 1.5-2 หมื่นล้านบาท ในการลงทุนรถไฟฟ้าสีชมพูและสีเหลืองประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ลงทุนสายสีเขียวเรื่องระบบและขบวนรถ 5,000-1 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทมีเงินทุนเพียงพอปัจจุบันมีกระแสเงินสด 1.6 หมื่นล้านบาท และมี BTS-W3 อีก 4,000 หน่วย อายุเหลืออีก 3 ปี ที่ราคา 12 บาท หากผู้ถือหุ้นใช้สิทธิครบจะได้เงิน 4.8 หมื่นล้านบาท
กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ถือหุ้นใหญ่โดยบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ สัดส่วน 75% บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 15% และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง 10%







