
เพิ่มที่นิคม5หมื่นไร่รับยุค4.0
กนอ.เปิดยุทธศาสตร์ 20 ปี เพิ่มพื้นที่นิคมฯ แห่งนวัตกรรมรองรับอุตสาหกรรม 4.0 เผยปีหน้ามุ่งตอบโจทย์เขตเศรษฐกิจพิเศษ นิคมฯ รับเบอร์ซิตี้
กนอ.เปิดยุทธศาสตร์ 20 ปี เพิ่มพื้นที่นิคมฯ แห่งนวัตกรรมรองรับอุตสาหกรรม 4.0 เผยปีหน้ามุ่งตอบโจทย์เขตเศรษฐกิจพิเศษ นิคมฯ รับเบอร์ซิตี้
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี (2560-2579) เพื่อยกระดับสู่ กนอ. 4.0 สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยแผนดังกล่าวจะมุ่งสร้างนิคมอุตสาหกรรมให้สอดรับกับนโยบายประเทศ โดยจะต้องเพิ่มพื้นที่นิคมฯ ให้สอดคล้องกับแผน 20 ปี อีกประมาณ 5.7 หมื่นไร่ หรือเฉลี่ย 3,000 ไร่/ปี ในการรองรับ
เขตเศรษฐกิจพิเศษ คลัสเตอร์ และอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานแบ่งเป็นระยะแรก 1 ปี คือปี 2560 มุ่งเน้นการพัฒนารองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษและร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่คาดว่าจะผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเดือน เม.ย. 2560 ที่จะต้องมาดูพื้นที่ในการรองรับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย การเร่งลงทุนในนิคมฯ เมืองยาง (รับเบอร์ซิตี้) นิคมฯ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ โดยเฉพาะ จ.สระแก้ว คาดใช้เงินงบประมาณปี 2560 รวม 1,000 ล้านบาท
สำหรับระยะต่อมาคือ ระยะ 5 ปี (2560-2564) จะมุ่งพัฒนาพื้นที่รองรับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นเป้าหมายเดิม (เฟิสต์เอสเคิร์ฟ) ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแปรรูปอาหาร การเกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี การขยายท่าเรือและรวมถึงการตั้งนิคมฯ ในประเทศเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง
ระยะ 10 ปี (2565-2569) เน้นรองรับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอนาคต (นิวเอสเคิร์ฟ) ได้แก่ หุ่นยนต์ การบิน โลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ การแพทย์ครบวงจร ดิจิทัล การขยายท่าเรือและตั้งนิคมฯ ในอาเซียน
ด้านระยะ 15 ปี (2570-2574) พัฒนาสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และระยะ 20 ปี (2575-2579) ก้าวไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม หรือ กนอ. 4.0 เต็มรูปแบบ
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า ภายในเดือน เม.ย. 2560 คาดว่า พ.ร.บ.อีอีซี พ.ร.บ.กนอ. และ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ (เอสอีแซด) จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานต่างๆ เบ็ดเสร็จครบวงจรและตอบโจทย์นักลงทุนมากขึ้น และจะส่งผลให้แนวโน้มการลงทุนในปี 2560 ขยายตัวชัดเจน ทำให้นักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นยังคงมาไทยต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวที่ผ่านมาทำให้การลงทุนในปีงบประมาณ 2559 ของ กนอ.ค่อนข้างชะลอ โดยมียอดขายพื้นที่ 2,800 ไร่ จากเป้า 3,000 ไร่ และปีงบประมาณ 2560 กนอ.ยังคงตั้งเป้าหมายขายพื้นที่ไว้ 3,000 ไร่เช่นเดิม







