posttoday
ช็อปช่วยชาติ 2559 กระตุ้นจับจ่ายโค้งสุดท้าย

ช็อปช่วยชาติ 2559 กระตุ้นจับจ่ายโค้งสุดท้าย

14 ธันวาคม 2559

แล้วก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2559  ซึ่งผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมรวมถึงวงการค้าปลีกได้เตรียมแคมเปญส่งท้ายปีกันอย่างดุเดือด เพื่อกระตุ้นยอดขายในโค้งสุดท้าย เราจะเห็นได้ว่าช่วงนี้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า แบรนด์เนมต่างๆ ทยอยออกกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพื่อปลุกอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคกันอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับกระทรวงการคลังได้เสนอคณะรัฐมนตรีออกแคมเปญลดหย่อนภาษีช็อปช่วยชาติ เหมือนกับปีที่แล้ว

แล้วก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2559  ซึ่งผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมรวมถึงวงการค้าปลีกได้เตรียมแคมเปญส่งท้ายปีกันอย่างดุเดือด เพื่อกระตุ้นยอดขายในโค้งสุดท้าย เราจะเห็นได้ว่าช่วงนี้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า แบรนด์เนมต่างๆ ทยอยออกกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพื่อปลุกอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคกันอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับกระทรวงการคลังได้เสนอคณะรัฐมนตรีออกแคมเปญลดหย่อนภาษีช็อปช่วยชาติ เหมือนกับปีที่แล้ว

แต่ปีนี้ได้ขยายเวลาในนานขึ้น จากเดิมปีที่แล้วเริ่มวันที่ 25-31 ธ.ค. (7 วัน) ซึ่งในปีนี้ได้ขยายเวลาเป็น 18 วัน โดยให้นำรายจ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการในช่วงวันที่ 14-31 ธ.ค. 2559 มาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศที่ชะลอตัวลง เพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายได้ตามเป้าหมายที่ 3.3%  ซึ่งต้องบอกว่าในฐานะที่ผู้เขียนอยู่ในวงการค้าปลีก ปีที่แล้วบรรยากาศคึกคักเลยทีเดียว ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายกันอย่างคึกคัก บางคนจากเดิมที่เคยลังเลในการซื้อของบางอย่าง ก็มีเหตุผลที่จะซื้อขึ้นมาโดยทันที

สำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติที่รัฐบาลเคยใช้เมื่อปลายปี 2558 โดยให้หักลดหย่อนได้ 1.5 หมื่นบาท เป็นเวลา 7 วัน ทำให้เกิดการใช้จ่าย 9,000 ล้านบาท รัฐบาลสูญเงินภาษีไป 1,200 ล้านบาท การขยายเวลาในปีนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 สัปดาห์ จะทำให้การใช้จ่ายมากขึ้น เพราะรัฐบาลต้องการให้มีผลการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจหลายอย่างมีการชะลอตัว ซึ่งในเบื้องต้นสินค้าที่ไม่สามารถซื้อ และนำลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ได้แก่ เบียร์ ไวน์ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น แต่สำหรับทองรูปพรรณและเครื่องประดับเพชรทอง จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนตามมาตรการนี้ได้

ดังนั้น ต้องขอแวะเข้ามาเรื่องตัวเองซะหน่อย เพราะผู้เขียนได้จัดงาน JUBILEE DIAMOND THE BEST OF CARAT SALE 2016 ซึ่งเริ่มวันที่ 14-20 ธ.ค. 2559 ซึ่งพอเหมาะพอเจาะกับมาตรการลดหย่อนภาษี ช็อปช่วยชาติของรัฐพอดี ซึ่งต้องบอกว่างานนี้นักสะสมเครื่องประดับเพชรและซื้อเพชรต้องไม่พลาด มีผู้ค้าเพชรรายใหญ่ของโลกจากเบลเยียม จัดการมาเองเลยทีเดียว นำเพชรกว่า 1,000 เม็ดมาให้เลือกสรร

พูดถึงการช็อปเพชร หรือเครื่องประดับเพชร รู้เลยว่าบางคนอาจจะสงสัยมูลค่าในอนาคตของเพชร จากข้อมูลจากบริษัท Bain & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการชั้นนำของโลก ได้คาดการณ์ราคาของเพชรในอีก 5 ปีข้างหน้าว่าจะมีการเติบโตของมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการที่ราคาเพชรจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับราคาหุ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน หรือปัจจัยอื่นๆ แต่เกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทานของเพชรเอง ซึ่งตลาดใหญ่ที่มีความต้องการเพชรมากในตลาดโลก มี 4 ประเทศ คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเห็นได้ว่า 3 ใน 4 อยู่ในทวีปเอเชีย และใน 4 ตลาดใหญ่นี้ ยังมีความต้องการเพชรอีกมาก และการซื้อเพชรเพื่อการลงทุน เป็นเรื่องที่เป็นที่นิยม และซื้อกันเป็นปกติอยู่แล้ว

ดังนั้น เมื่อความต้องการมีมากแต่เพชรเป็นแร่ที่เกิดจากธรรมชาติและมีจำกัด ทำให้ไม่ต้องกังวลเลยว่า ในอนาคตราคาจะไม่เพิ่ม เพราะความต้องการมีมากกว่าซัพพลาย ก็จะทำให้การปรับตัวของราคาเพชรเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน ยังไม่รวมถึงต้นทุนในการได้มาของเพชร แรงงาน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังนั้นราคาของเพชรในอนาคตจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน ถึงแม้วันนี้เพชรจะมีสภาพคล่องในการเปลี่ยนสภาพเป็นเงินสด (Liquidity) น้อยกว่าทองคำ แต่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ควรค่าในการเก็บระยะยาว ที่มูลค่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ภาครัฐคาดว่ามาตรการช็อปช่วยชาติ รวมถึงมาตรการที่ออกไปก่อนหน้านี้ ทั้งการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวเพิ่มเติมในเดือน ธ.ค. 2559 อีก 1.5 หมื่นบาท การแจกเงินผู้มีรายได้น้อยคนละ 1,500-3,000 บาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสของสุดท้ายปีนี้กลับมาขยายตัวได้ต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่