
เกษตรกรหน้าใสราคาเพิ่มขึ้น32%
โพสต์ทูเดย์
— ดัชนีราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น แต่การผลิตลดลงสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้รายงานภาวะเศรษฐกิจแก่ผู้บริหารกระทรวงการคลัง พบว่าดัชนีราคาสินค้าเกษตรในเดือน ก.ค. 2553 ขยายตัวต่อเนื่องถึง 32.9% จากเดือนก่อนที่ขยายตัวแค่ 29.3% ถือเป็นการขยายตัวเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าขยายตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า ได้แก่ ยางพารา และมันสำปะหลัง ยกเว้นข้าว เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากอุปสงค์ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคายางพาราที่ราคายังคงทรงตัวในระดับสูงจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีน
ขณะที่ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรในเดือน ก.ค. 2553 หดตัว ลบ 2.4% ลดลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 1% ตามการลดลงของผลผลิตสำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปรัง และมันสำปะหลัง เนื่องจากยังได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคระบาดและศัตรูพืช ในขณะที่ผลผลิตยางพาราปรับขยายตัวในอัตราชะลอลงเช่นกัน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการกรีดยาง
ดัชนีผลผลิตหมวดปศุสัตว์นั้น พบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากผลผลิตสุกร และไก่เนื้อเป็นสำคัญ เนื่องจากราคาอยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรทำปศุสัตว์มากขึ้น
สำหรับเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในไตรมาส 2 ถึง 9.1% เป็นผลจากการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าและบริการ และการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวสูงถึง 22.3% และ 6.5%
ด้านผลการเบิกจ่ายงบประมาณในเดือน ก.ค. 2553 เบิกจ่ายได้ 1.426 แสนล้านบาท หดตัว 13.1% โดยรายจ่ายลงทุนเบิกจ่ายได้แค่ 1.03 หมื่นล้านบาท หดตัวติดลบไป 65.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การเบิกจ่ายในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ เบิกจ่ายได้ 1.481 ล้านล้านบาท หดตัว 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน







