
เอพีเอ็มบุกตลาดทุนอาเซียน
เอพีเอ็มไทยกางแผนขยายฐานธุรกิจที่ปรึกษาการเงินครอบคลุมทุกพื้นที่ในอาเซียน วางเป้าผลักดันบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ลาว 25 แห่งในปี 2563
เอพีเอ็มไทยกางแผนขยายฐานธุรกิจที่ปรึกษาการเงินครอบคลุมทุกพื้นที่ในอาเซียน วางเป้าผลักดันบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ลาว 25 แห่งในปี 2563
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) เปิดเผยว่า บริษัทวางแนวทางให้บริการธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน (เอฟเอ) เพื่อขยายฐานไปยังประเทศกลุ่มอาเซียน เริ่มต้นในพื้นที่ซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) โดยใน สปป.ลาว เอพีเอ็มได้เข้ามาในตลาดกว่า 4 ปี พร้อมนำบริษัทของคนลาวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว 3 แห่ง และอยู่ในช่วงดำเนินการอีก 2 แห่ง คือบริษัท พูสีก่อสร้างและพัฒนา และบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจฟาร์มหมู
สำหรับในปี 2560 วางแผนผลักดันบริษัท พูสี ปิโตรเลียม และสว่างการพิมพ์ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ลาว พร้อมวางแผนผลักดันบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาวไม่ต่ำกว่า 25 บริษัทได้ภายในปี 2563 โดยมองว่าลาวเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจ ด้วยเป็นแหล่งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ โดยธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ตลาดลาวต้องการสูง คือ อุตสาหกรรมก่อสร้าง จากความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศและการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์มีสูง
ขณะที่ในกัมพูชาบริษัทได้ดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตการจัดตั้งบริษัท เอพีเอ็ม กัมพูชา คาดได้รับใบอนุญาตกลางปีหน้า และวางเป้าหมายนำบริษัทกัมพูชาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า 1 แห่ง ส่วนเมียนมาอยู่ในช่วงเตรียมดำเนินการขอใบอนุญาตแนะนำการลงทุนปรับเป็นใบอนุญาต บริษัทที่ปรึกษาทางด้านการเงิน โดยในปีนี้เอพีเอ็มไทยได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย 6 แห่ง และในปี 2560 วางแผนผลักดันบริษัทเข้าจดทะเบียนอีก 6 แห่ง
“จุดประสงค์หลักในการบุกตลาดอาเซียนเพื่อต้องการให้ความรู้ด้านการเงิน และพัฒนาตลาดทุนให้เติบโตไปสู่เป้าหมายการผลักดันการจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ พร้อมปรับโครงสร้างบริษัทท้องถิ่นมีมาตรฐานทางการเงิน โดยในเวียดนามมีเป้าหมายตั้งเอพีเอ็มเวียดนามภายในปี 2563 และจะขยายครอบคลุมทุกพื้นที่ในอาเซียน” นายสมภพ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทยังวางแผนเคลื่อนย้ายบุคลากรดูแลครอบคลุมพื้นที่อาเซียน ภายใต้บริษัทแม่ในไทย จากโอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งยังต้องการสร้างบุคลากรที่มีความรู้รอบด้านในภูมิภาคอย่างจริงจัง ส่งผลดีต่อ ผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการอาเซียน ที่สามารถให้ความรู้และคำแนะนำด้านการลงทุนในพื้นที่อาเซียนได้







