posttoday
ส่อวืดตั้งธนาคารสหกรณ์

ส่อวืดตั้งธนาคารสหกรณ์

06 ธันวาคม 2559

คลัง-แบงก์ชาติขวางลำตั้งธนาคารสหกรณ์ชี้เพิ่มภาระรัฐ เกษตรฯ ชี้ส่อเค้าตั้งได้แค่ศูนย์กลางการเงิน

คลัง-แบงก์ชาติขวางลำตั้งธนาคารสหกรณ์ชี้เพิ่มภาระรัฐ เกษตรฯ ชี้ส่อเค้าตั้งได้แค่ศูนย์กลางการเงิน

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดตั้งธนาคารสหกรณ์ได้รับทราบผลการศึกษาของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการตั้งธนาคารสหกรณ์ และได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบธนาคารที่เหมาะสมต่อไป 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเลือกแนวทางการตั้งเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (CFF) จากที่มีการเสนอผลการศึกษาการตั้งธนาคารสหกรณ์มาให้เลือกทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.กองทุนพัฒนาสหกรณ์และคุ้มครองเงินฝากสหกรณ์ 2.สถาบันการเงินระดับยอด 3.ศูนย์กลางทางการเงินสหกรณ์ และ 4.ธนาคารสหกรณ์ ซึ่งกลไก CFF นี้จะทำหน้าที่สนับสนุนด้านสภาพคล่องให้เกิดความมั่นคงด้านการเงินแก่สหกรณ์สมาชิก และเป็นตัวกลางในการบริหารเงินทุน ซึ่งเป็นการยกระบบสหกรณ์ใกล้เคียงกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้หาแนวทางดำเนินการให้ระบบสหกรณ์มีความเข้มแข็งขึ้น

“การบริหาร CFF จะเป็นในรูปของคณะกรรมการ สมาชิกจะต้องเป็นรูปขององค์กรเท่านั้นและเข้ามาเป็นสมาชิกของ CFF ด้วยความสมัครใจ ซึ่งที่ประชุมให้คณะศึกษานำเรื่องนี้ไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทั่วประเทศทุกภูมิภาคให้เสร็จภายในเดือน ม.ค. 2560 เพื่อนำผลการรับฟังเสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาหลายฝ่ายท้วงติงว่าสหกรณ์ยังไม่มีความพร้อม ถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกันก็จะใช้แนวทางนี้ยกระดับสหกรณ์และพัฒนาความเข้มแข็ง ก็เลือกแนวทางนี้ แต่หากอนาคตทุกคนเห็นประโยชน์ ก็อาจนำไปสู่การตั้งธนาคารสหกรณ์ก็ได้” นายธีรภัทร กล่าว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในการเสนอตั้งธนาคารสหกรณ์นั้นหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าการตั้งธนาคารสหกรณ์ต้องเลือกเอาสหกรณ์ที่เข้มแข็งและควรต้องมีการศึกษาการตั้งอย่างรอบคอบ รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จะต้องเชิญผู้มีประสบการณ์ด้านนี้และผู้เชี่ยวชาญจากไอเอ็มเอฟและผู้มีประสบการณ์จากญี่ปุ่นมาร่วมให้ความคิด ในขณะที่ความเห็นของผู้แทนกระทรวงการคลังเห็นว่า การตั้งธนาคารหากรัฐบาลต้องถือหุ้นด้วยมากกว่า 50% รัฐจะต้องรับภาระหนี้สินสหกรณ์ด้วย จะกลายเป็นภาระของรัฐในอนาคต

สำหรับการตั้งเป็นศูนย์กลางทางการเงินสหกรณ์ รัฐจะต้องเครียมความพร้อมคือการทำมาตรฐานในการดำเนินการศูนย์กลางการเงินสหกรณ์ การให้ความรู้และพัฒนาสหกรณ์ด้านต่างๆ และการแก้ไขกฎหมายสหกรณ์ เพื่อรองรับสถานะของศูนย์กลางทางการเงินสหกรณ์ ให้มีอำนาจในการทำหน้าที่ออกใบอนุญาตและกำกับดูแล

ในส่วนภาพรวมของปริมาณธุรกิจสหกรณ์ทุกประเภท ณ 30 ก.ย. 2559 รวม 2.2 ล้านล้านบาท สินเชื่อ 1.17 ล้านล้านบาท โดยปีที่ผ่านมาสหกรณ์ทุกประเภทมีกำไรสุทธิรวม 74,565 ล้านบาท 

ส่วนสถานะของสหกรณ์ทั้งระบบนั้น พบว่า ณ วันที่ 30 ก.ย. 2558 มีสหกรณ์ที่จดทะเบียนไว้ 8,270 แห่ง สามารถสอบบัญชีได้ 7,000 แห่ง สมาชิกรวม 11.88 ล้านคน เป็นสหกรณ์การเกษตรมากที่สุด 4,500 แห่ง สหกรณ์ออมทรัพย์ 1,496 แห่ง สหกรณ์ร้านค้า 241 แห่ง ที่เหลือเป็นสหกรณ์ประเภทอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน