
รฟท.ลุยที่ดินมักกะสัน
“ออมสิน” ยัน รมว.คลังไฟเขียวให้รถไฟบริหารที่ดินมักกะสันเอง พร้อมปัดฝุ่นแผนพัฒนาเดิม เตรียมนัดธนารักษ์ถก 8 ธ.ค.นี้
“ออมสิน” ยัน รมว.คลังไฟเขียวให้รถไฟบริหารที่ดินมักกะสันเอง พร้อมปัดฝุ่นแผนพัฒนาเดิม เตรียมนัดธนารักษ์ถก 8 ธ.ค.นี้
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้หารือกับตนเองเกี่ยวกับความชัดเจนในการบริหารจัดการที่ดินย่านมักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมทั้งเสนอว่า รฟท.ไม่ต้องโอนการบริหารงานที่ดินดังกล่าวคืนให้กับกระทรวงการคลัง เพราะถ้าโอนมากระทรวงการคลังจะต้องกลับไปจัดจ้างที่ปรึกษา เพื่อมาศึกษาความเหมาะสมเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่อีก โดยหาก รฟท.มีความพร้อมก็ให้เข้ามาบริการจัดการเองได้เลย
ทั้งนี้ เดิมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีมติให้ รฟท.โอนที่ดินและอำนาจการบริหารงานให้กับกรมธนารักษ์เพื่อแลกกับการล้างภาระหนี้จำนวน 6.1 หมื่นล้านบาท ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความออกมาว่า รฟท.มีสิทธิที่จะนำที่ดินดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งมติ คนร.เดิมระบุให้ รฟท.เร่งโอนที่ดินเพื่อแลกหนี้ให้กระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะเชิญนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ และผู้บริหารของ รฟท.มาหารือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการที่ดินย่านมักกะสันอีกครั้ง เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงสิทธิในการบริหารที่ดินจากกรมธนารักษ์เป็น รฟท. ก็อาจจำเป็นจะต้องมีการปรับแก้ไขมติ คนร.เดิมที่ออกมาใหม่
“ขณะนี้ รฟท.มีความพร้อมและยินดีบริหารมักกะสันเอง หากกระทรวงการคลังจะให้เราบริหารเอง เพราะก่อนหน้านี้ รฟท.ก็เคยว่าจ้างที่ปรึกษาทำแผนพัฒนาที่ดินมักกะสันไว้เรียบร้อยแล้ว มีทั้งแผนที่เกี่ยวกับรูปแบบการลงทุนการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ สวนสาธารณะ และการพัฒนาบึงมักกะสัน หากตกลงกันได้ว่า ให้รถไฟบริหาร เราจะนำแผนพัฒนาฉบับเก่าที่เคยศึกษาไว้กลับมาปัดฝุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถดำเนินการโครงการได้ทันที” นายออมสิน กล่าว
แหล่งข่าวจาก รฟท. เปิดเผยว่า เรื่องนี้จะต้องรอการพิจารณานโยบายระดับกระทรวงและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนว่า จะยืนยันให้กรมธนารักษ์เป็นผู้บริหารที่ดินมักกะสันตามมติ คนร.เดิม หรือจะให้ รฟท.เป็นผู้บริหาร โดยหากเป็นไปตามมติเดิมของ คนร.คือ รฟท.จะให้กรมธนารักษ์เข้าบริหารที่ดินมักกะสันขนาด 500 ไร่ เป็นเวลา 99 ปี แลกกับการรับภาระหนี้สินของ รฟท. จำนวน 6.1 หมื่นล้านบาท ล่าสุด รฟท.มองว่าแนวทางนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินและสภาพคล่ององค์กรได้ทั้งหมด เพราะยังไม่ครอบคลุมหนี้สินที่มีทั้งหมดกว่า 1 แสนล้านบาท อีกทั้ง รฟท.ต้องกู้เงินเพิ่มอีกกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อรื้อย้ายโรงซ่อมบำรุง บ้านพัก โรงพยาบาล ออกจากที่ดินมักกะสันและก่อสร้างใหม่
“ผู้บริหาร รฟท.จึงเปลี่ยนแนวคิดจะนำพื้นที่มักกะสันเข้ามาบริหารเอง โดย รฟท.ได้จ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนพัฒนาที่ดินย่านมักกะสันตั้งแต่ปี 2553 มูลค่ากว่า 6-7 หมื่นล้านบาท ถ้าหาก รฟท.นำที่ดินมักกะสันมาเปิดประมูลแบบรัฐเอกชนร่วมลงทุน (พีพีพีพี) ก็จะใช้เวลาก่อสร้าง 4-5 ปี ระหว่างนั้น รฟท.ก็สามารถตั้งบริษัทย่อยหรือหน่วยงานย่อยขึ้นมาบริหารได้” แหล่งข่าวเปิดเผย







