
บ้านปูซื้อเหมืองอินโดฯ
จบปีหน้า ดันอายุสำรองถ่านหิน 8 ปีเป็น 15 ปี
จบปีหน้า ดันอายุสำรองถ่านหิน 8 ปีเป็น 15 ปี
บ้านปูปีหน้าดีเดย์สรุปซื้อเหมืองอินโดฯ มองนโยบายทรัมป์เป็นบวกกับธุรกิจ คาดราคาถ่านหินปีหน้าสูงกว่าปีนี้
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทจะสรุปการลงทุนซื้อกิจการเหมืองถ่านหินใหม่ในอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับเหมืองเดิมของบริษัท เพราะสามารถใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของเหมืองเดิมร่วมกันได้ในกระบวนการผลิต
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองเหมืองถ่านหินจากปัจจุบัน อายุปริมาณสำรองเหมืองถ่านหินบริษัทมีอายุอยู่ที่ประมาณ 8 ปี ซึ่งบริษัทมีนโยบายเพิ่ม 15 ปี ตามแผน 5 ปี รวมถึงการเพิ่มปริมาณสำรองจากเหมืองโดยการขุดในความลึกที่เพิ่มขึ้น
สำหรับแหล่งลงทุนในการเข้าซื้อกิจการมีความพร้อมทั้งเงินสดภายในและส่วนหนึ่งจะมาจากเงินกู้ เพราะปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ลดลง จึงมีความยืดหยุ่นในการก่อหนี้ได้ อีกทั้งแผนการศึกษาการลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐเพิ่มในรูปแบบการซื้อ หรือควบรวมกิจการในแหล่งจากเชลล์แก๊ส จะสรุปการลงทุนในปี 2560 ตามแผนที่วางไว้ หลังจากในเดือน มี.ค. 2559 ที่ผ่านมา ได้เข้าซื้อกิจการธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากเชลล์แก๊สที่ดำเนินการผลิตอยู่แล้ว ในสหรัฐมูลค่าประมาณ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยลงทุนผ่านบริษัทย่อยที่ตั้งใหม่ คือ Banpu North America โดยในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สามารถทำกำไรให้กับบริษัทได้โดยในเดือน ต.ค. 2559 ทำกำไรได้ประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่นโยบายของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ที่จะส่งเสริมการใช้พลังงานในประเทศจะเป็นผลบวกกับภาพรวมของธุรกิจพลังงาน รวมถึงธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องด้วย โดยต้องรอนายทรัมป์แถลงนโยบายในเดือน ม.ค. 2560 ขณะที่แผนกลยุทธ์ของบริษัทในปีหน้าจะประกาศออกมาในเดือน ก.พ. 2560 นี้ จะนำข้อมูลนโยบายของทุกประเทศที่บริษัทมีการลงทุนอยู่ทั้งหมด อาทิ ความชัดเจนของสหรัฐ รวมถึงจีน อินโดนีเซีย นำมาเป็นข้อมูลประกอบในแผนกลยุทธ์ด้วย
สำหรับในปี 2560 ประเมินว่าราคาถ่านหินอ้างอิงในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 75-85 เหรียญสหรัฐ/ตัน สูงขึ้นจากราคาเฉลี่ยในปีนี้ที่ประมาณ 60 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของบริษัทปี 2560 มีแนวโน้มจะดีขึ้นจากปีนี้เฉลี่ยจะอยู่ที่เกินระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2560 มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นจากปีนี้ด้วยหลัง 9 เดือนแรกปี 2559 อยู่ที่ประมาณ 21%
อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 บริษัทจะรักษาระดับยอดขายไว้ใกล้เคียงกับปีนี้ที่ประมาณ 45 ล้านตัน เพราะต้องการเน้นความสามารถในการทำกำไรมากกว่าเพิ่มปริมาณการขาย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีการขายล่วงหน้าไปแล้วสัดส่วนประมาณ 40% ของเป้าหมายปริมาณการขายของปีหน้า โดยแบ่งสัดส่วนจำนวน 4% ที่กำหนดราคาขายเป็นราคาคงที่ และอีกสัดส่วน 36% กำหนดราคาขายเป็นแบบลอยตัว และภายในสิ้นปีนี้จะขายล่วงหน้าเพิ่มเป็นประมาณ 50% ของเป้ายอดขายปีหน้า ขณะที่ไตรมาสแรก ปี 2560 จะทยอยขายล่วงหน้าเพิ่มเป็นสัดส่วน 60-70% ของเป้ายอดขายปีหน้า และทยอยขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นอีกในช่วงไตรมาส 2-3 ในปี 2560
“ราคาถ่านหินเริ่มลดลงบ้างในช่วงนี้ บริษัทไม่ได้มีความกังวล เพราะเป็นไปตามที่คาดไว้ว่าราคาที่เพิ่มสูงขึ้นมากก่อนหน้านี้ในระยะสั้นมีโอกาสที่ราคาจะปรับลดลงไปได้บ้าง”
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองตลาดฟื้นตัวแรงในระยะสั้นและยังคงมีปัจจัยหนุนต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกปี 2560 จากปัจจัยฤดูกาลที่ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในฤดูหนาว ประเมินกรอบราคาในช่วง 90-120 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ด้านมุมมองระยะกลาง-ยาวราคาจะอ่อนตัวลงแต่จะไม่กลับไปตกต่ำเหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าราคาในระยะยาวจะอยู่ในกรอบ 75-85 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากต้นทุนของผู้ประกอบการหลัก ได้แก่ ออสเตรเลียเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75 เหรียญสหรัฐ/ตัน การทำสัญญาขายในปี 2560 ITM (ธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซีย) ทำสัญญาขายล่วงหน้าไปแล้ว 40% ของเป้าการขายถ่านหินที่ 27.5 ล้านตัน ในปี 2560 โดยเป็นการกำหนดราคาเพียง 4-5% อีก 15% อ้างอิงตามดัชนี ส่วนอีก 20% ยังไม่ได้กำหนดราคา
ราคา BANPU ปิดที่ 18.80 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือลดลง 2.08% สวนดัชนีตลาดหุ้นที่ปรับขึ้น







