
ทีเอชเอแนะปรับตัว อดทนฝ่าวิกฤต
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับเหรียญสองด้าน ทั้งข้อดีและข้อเสียจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญตามนโยบายรัฐบาล โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นฉุดกระแสการเดินทางนักท่องเที่ยวจีนมาไทยหล่นวูบทันที ขณะเดียวกันได้ขีดเส้นผู้ประกอบการบริษัททัวร์จีนให้อยู่ในกรอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปรับโครงสร้างราคาการแข่งขันให้เกิดความเป็นธรรมต่อตัวนักท่องเที่ยว ภาครัฐจึงจะสามารถจัดเก็บภาษีเข้าคลังอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ในช่วงที่ผ่านมา เกิดสงครามข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐและเอกชนทัวร์จีน ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างหนัก กระทั่งฉุดภาพรวมการท่องเที่ยวไทยดิ่งเหว ค้านกับที่ภาครัฐบอกว่าทัวร์จีนทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ วัดได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยตั้งแต่เดือน ม.ค.-ปัจจุบัน เฉลี่ยกว่า 8 ล้านคน สูงกว่าปีที่ผ่านมาตลอดทั้งปีที่มีจำนวน 7.98 ล้านคน
ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ทีเอชเอให้การสนับสนุนรัฐบาลและเห็นด้วยกับแนวทางการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ ให้เข้าสู่การทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีความเท่าเทียมแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการนำนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยในลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญ ส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกใช้บริการโรงแรมที่พักที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย บางรายเลือกใช้อพาร์ตเมนต์เปิดให้เช่า โดยเป็นคนจีนที่เปิดธุรกิจให้บริการแบบครบวงจร และไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ สมาคมไม่มีแนวคิดยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญแต่อย่างใด เพราะสมาคมได้ให้การสนับสนุนการปราบปรามมาตั้งแต่เริ่มแรก และมองว่าโรงแรมที่เป็นสมาชิกทีเอชเอได้รับผลกระทบเพียงบางส่วน แต่ส่วนใหญ่สามารถปรับแผนธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“การทำธุรกิจอย่างมืออาชีพต้องไม่พึ่งพาเพียงตลาดเดียว โรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายส่วนใหญ่ไม่ได้พึ่งตลาดจีนเท่านั้น จำเป็นต้องมีแผนสำรองรับมือ ที่ผ่านมาตลาดรัสเซียก็เคยหายไปจากประเทศไทย ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและรับสภาพให้ได้ พร้อมเร่งหาตลาดใหม่มาทดแทน” ศุภวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สมาคมมองว่าไม่มีการจัดระเบียบอะไรที่ไม่มีคนเดือดร้อน แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันให้ความร่วมมือและอดทนฝ่าวิกฤตให้ได้ เพื่อที่ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจะเข้าสู่การปรับโครงสร้างด้านการบริการที่มีคุณภาพ การแข่งขันด้านราคาที่มีความเป็นธรรม ผู้ประกอบการทุกคนเสียภาษีเหมือนกันหมด รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้ครบไม่มีการผูกขาดตลาดเพียงรายเดียวเหมือนที่ผ่านมา
ศุภวรรณ บอกอีกว่า การจัดระเบียบในครั้งนี้ บริษัททัวร์จะได้รับผลกระทบเต็มๆ แต่ต้องอดทนและปรับรูปแบบธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายที่ภาครัฐวางหลักเกณฑ์ไว้ โดยเจรจาสร้างความเข้าใจกับคู่ค้าถึงต้นทุนที่ปรับตัวขึ้นสูง สาเหตุที่ไปและที่มา รวมถึงมีมาตรการลดต้นทุนดำเนินธุรกิจ การประหยัดค่าใช้จ่ายทุกส่วน เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เชื่อว่าการจัดระเบียบไม่นาน จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาเดินทางท่องเที่ยวในไทยอีกครั้งในช่วงเทศกาลตรุษจีนปลายเดือน ม.ค.ปีหน้า
“ทีเอชเอมองว่ารัฐมีสิทธิเข้ามาจัดระเบียบธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเองให้เข้าสู่กฎเกณฑ์ที่วางไว้เพื่ออนาคต เพราะการจัดระเบียบไม่ใช่จะดีได้เพียงข้ามคืนแต่ต้องอาศัยเวลา พร้อมกันนี้ควรนำน้อมนำพระราชดำรัสพ่อหลวงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ท่านทรงแนะนำว่าการปลูกพืชไม่ควรปลูกเพียงอย่างเดียว ต้องมีความหลากหลาย เช่นเดียวกับการทำทัวร์ ต้องกระจายความเสี่ยงกับคู่ค้า” ศุภวรรณ กล่าว
ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้เดินสายประชุมหารือร่วมกับบริษัททัวร์ โรงแรมที่ได้รับความเดือนร้อนจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ เช่น การเจรจาเสริมสภาพคล่องกับธนาคาร โดย ททท.ยินดีแก้ไขปัญหาให้ทุกเรื่อง แต่เรื่องที่แก้ไขต้องอยู่ภายใต้การกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายที่วางไว้ เพื่อปรับโครงสร้างการตลาดจีนให้มุ่งสู่ตลาดที่มีคุณภาพในอนาคต







