posttoday
หนุนสร้างแบรนด์โอท็อป บูมนักท่องเที่ยวช็อปปิ้ง

หนุนสร้างแบรนด์โอท็อป บูมนักท่องเที่ยวช็อปปิ้ง

27 พฤศจิกายน 2559

ที่ผ่านมา ห้างค้าปลีกผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมได้พยายามเรียกร้องให้ทุกรัฐบาลปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์

ที่ผ่านมา ห้างค้าปลีกผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมได้พยายามเรียกร้องให้ทุกรัฐบาลปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยซึ่งจัดเก็บเฉลี่ย 25-30% มาอย่างยาวนาน เพื่อตั้งราคาขายสินค้าให้ใกล้เคียงกับประเทศผู้ผลิต หรือสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบเดียวกัน

ข้อเรียกร้องดังกล่าวสร้างความลังเลให้กับกระทรวงการคลังที่ทำหน้าที่จัดเก็บภาษี ทำให้แผนผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองช็อปปิ้งพาราไดซ์ห่างไกลจากความเป็นจริงเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างฮ่องกงที่ชูเรื่องภาษี 0% มายาวนาน รวมทั้งสิงคโปร์ที่สร้างการรับรู้ให้บรรดาขาช็อปในเอเชียและอาเซียนว่าแบรนด์เนมที่มีราคาไม่สูงกว่าประเทศผู้ผลิตมากนัก ต้องฮ่องกง สิงคโปร์ ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้ชูด้านภาษี 0%

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การแข่งขันกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่ประเทศไทยอาจต้องใช้มาตรการด้านภาษีมาช่วย แต่สิ่งหนึ่งที่มองว่าเป็นจุดขายที่ดีของไทย คือ ผลักดันสินค้าโอท็อปให้มีแบรนด์สินค้าที่แข็งแกร่ง สามารถใช้เป็นจุดขายกระตุ้นกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวให้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้

ทั้งนี้ ททท.มีแผนผลักดันให้ผู้ผลิตสินค้าโอท็อปในแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวไทยในทุกภูมิภาคเร่งสร้างแบรนด์ของตัวเอง โดยพัฒนาคุณภาพสินค้า รูปแบบสินค้า รวมถึงแพ็กเกจจิ้งให้มีมาตรฐานระดับสากล

“ต้องยอมรับว่าการสร้างแบรนด์เนมให้กับสินค้าไทยยังมีผู้ผลิตจำนวนน้อยที่สามารถผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด ไม่สามารถรวมกลุ่มให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากนัก แต่ในส่วนของผู้ซื้อมีจำนวนมาก เช่น จีน อินเดีย พร้อมซื้อสินค้าประเภทนี้กลับประเทศตัวเอง ซึ่งช่วยผลักดันค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนเพิ่มขึ้นได้” ยุทธศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งผลักดันในการสร้างแบรนด์สินค้าโอท็อปให้เป็นแบรนด์เนมในอนาคตให้ได้ พร้อมกระจายสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า ที่ผ่านมา ททท.ได้จัดรายการส่งเสริมให้แต่ละตลาดที่มีศักยภาพด้านการช็อปปิ้งร่วมเดินทางเป็นกลุ่ม เช่น ตลาดอินเดีย เป็นต้น ซึ่งเห็นได้ว่าหลายสถานที่ท่องเที่ยวสามารถผลักดันให้เป็นสถานที่ช็อปปิ้ง แต่ส่วนใหญ่เน้นสินค้าในประเทศมากกว่าการจำหน่ายแบรนด์เนม

ททท.ได้สำรวจข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเชิงลึก ปี 2558 พบว่ากิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางในช่วงที่อยู่ประเทศไทย 5 อันดับแรก รับประทานอาหารไทย 90.32% กิจกรรมชายหาด 55.95% นวดสปา 50.11% แสงสียามค่ำคืน 45.49% และชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัด พิพิธภัณฑ์ 42.10%

ส่วนกิจกรรมที่สร้างมูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยสูง 5 อันดับแรก ได้แก่ ท่องเที่ยวพร้อมตรวจสุขภาพหรือศัลยกรรมความสวยความงาม เฉลี่ย 1.28 หมื่นบาท/ครั้ง กอล์ฟ 7,534 บาท/ครั้ง ดำน้ำลึก 6,727 บาท/ครั้ง รับประทานอาหารไทย 3,728 บาท/ครั้ง และแสงสียามค่ำคืน 3,248 บาท/ครั้ง ขณะที่สินค้าช็อปปิ้งที่นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ 5 อันดับแรกที่เดินทางมาไทย ได้แก่ เสื้อผ้า ของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์อาหารไทย เครื่องสำอางและเครื่องหอม และสินค้าหัตถกรรม เรียงตามลำดับ

ด้านสินค้าที่มีการใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ เครื่องประดับอัญมณี 1.08 หมื่นบาท/ทริป เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 7,572 บาท/ทริป เฟอร์นิเจอร์ 6,122 บาท/ทริป เสื้อผ้า 4,687 บาท/ทริป และเครื่องหนัง 4,579 บาท/ทริป

ทั้งนี้ ผลสำรวจที่เกิดขึ้นอาจเป็นไกด์ไลน์ส่วนหนึ่งในการตอบโจทย์หรือเป็นแนวทางการลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อให้กับนักท่องเที่ยวได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน