posttoday
BJCระดมเงิน2หมื่นล.

BJCระดมเงิน2หมื่นล.

26 พฤศจิกายน 2559

ทริสแจกA+ สำรอง1หมื่นล้าน คืนหนี้-ทุนหมุนเวียน

ทริสแจกA+ สำรอง1หมื่นล้าน คืนหนี้-ทุนหมุนเวียน

โพสต์ทูเดย์-BJC ลุยออกหุ้นกู้ต่อเนื่องจ่อขายอีก 2.2 หมื่นล้าน พร้อมสำรอง 1 หมื่นล้าน ทริสแจก A บวก นำเงินคืนหนี้และลุยธุรกิจ

ทริสเรทติ้งประกาศจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท และหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติม (กรีนชู) ในวงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ของ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ที่ระดับ A บวก พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ A บวก โดยแนวโน้มยังคงที่

ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปชำระหนี้เงินกู้ยืมหรือใช้เป็นเงินลงทุนหรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน  อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะการแข่งขันที่แข็งแกร่งในธุรกิจหลักของบริษัท ตลอดจนธุรกิจและแหล่งรายได้ที่มีความหลากหลาย การมีตลาดที่ครอบคลุมกว้างขวาง การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงการที่บริษัทซื้อหุ้นในสัดส่วน 97.9% ของหุ้นทั้งหมดของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIG-C) โดยใช้เงิน 2.1แสนล้านบาท ตลอดจนประโยชน์ที่จะได้จากการผสานพลังทางธุรกิจระหว่างธุรกิจที่มีอยู่เดิมของบริษัทกับร้านค้าปลีกของบิ๊กซีอีกด้วย

"บริษัทใช้เงินกู้ระยะสั้นเป็นเงินทุนในการเข้าซื้อกิจการและปรับโครงสร้างเงินทุนโดยเพิ่มทุนออกหุ้นสามัญใหม่ ส่งผลให้ฐานทุนของบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 8.36 หมื่นล้านบาท การเพิ่มทุนครั้งนี้ช่วยลดยอดเงินกู้รวมที่เกิดจากการซื้อกิจการบิ๊กซีตลอดจนช่วยลดภาระดอกเบี้ยด้วย ขณะเดียวกันบริษัทได้กู้เงินระยะยาวจากธนาคารรวมถึงออกหุ้นกู้ใหม่รวมจำนวนประมาณ 1.21 แสนล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นอีกด้วย"

 สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2559 บริษัทมีรายได้จากการขายและรายได้ค่าเช่ารวม 9.4 หมื่นล้านบาท โดยสายธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ทำรายได้จากการขายและค่าเช่า เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักคิดเป็น 66% ของรายได้รวมของบริษัท อีก 15% มาจากรายได้จากกลุ่มธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์สินค้า และ 13% เป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจด้านอุปโภคบริโภค

ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้รวมของบริษัทในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตในระดับปานกลาง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์และการผสานพลังทางธุรกิจของกลุ่มโดยรวม อัตรากำไรจากการดำเนินงานจะทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนและการใช้สินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงปี 2559-2561 บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนโดยรวมประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายสาขาร้านค้าปลีก และเพิ่มกำลังการผลิตในธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์และธุรกิจสินค้าและบริการด้านอุปโภคบริโภค ทริสเรทติ้งคาดหวังว่าบริษัทจะไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่หรือซื้อกิจการขนาดใหญ่ในช่วง 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิรวมต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ที่ระดับประมาณ 7 เท่า ในปี 2559 และลดลงมาอยู่ต่ำกว่า 4 เท่าในระยะปานกลาง

อย่างไรก็ดี การทยอยออกหุ้นกู้ของ BJC เป็นไปตามที่ขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้ว่าจะออกวงเงินรวม 1.3 แสนล้านบาท วันที่ 2-5 ก.ย. 2559  ได้ออกไปแล้ว 4 ชุด มูลค่ารวม 5.4 หมื่นล้านบาท ชุดที่ 1 วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 2.34% ต่อปี ชุดที่ 2 วงเงิน 9,000 ล้านบาท อายุ 5 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 2.69% ต่อปี ชุดที่ 3 วงเงิน 3,000 ล้านบาท อายุ 7 ปี  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.07% ต่อปี ชุดที่ 4 วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท  อายุ 10 ปี ดอกเบี้ย 3.80% ต่อปี

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ BJC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 825 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน